ตำราการแพทย์แผนไทย สำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบัน
— แก่นแห่งศาสตร์ สู่การประยุกต์ในเวชปฏิบัติ —
Thai Traditional Medicine for Modern Clinicians (Concise Edition)
เรียบเรียงจากโครงสร้าง "ทีมปฐมภูมิ–ฉบับกระชับ" • ปรับขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรการแพทย์ทุกสาขา • 9 ภาค 19 บท + ภาคผนวก A–J • รวมประมาณ 150 หน้า • ปรับปรุงพฤษภาคม 2569
หัวใจของเล่ม
เป้า: ให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักกายภาพ และวิชาชีพสาธารณสุขเข้าใจระบบแพทย์แผนไทยทั้งระบบในเวลาอ่านสั้น
หลัก: โลกทัศน์ → แกนทฤษฎี → 4 ศาสตร์ (เวชกรรม–เภสัชกรรม–หัตถเวช–ผดุงครรภ์) → ปกติวิถี → ประยุกต์คลินิก → ระบบ-จริยธรรม
วิธีอ่าน: อ่านแค่กล่อง หัวใจของบท + CLINIC APPLICATION ก็ใช้งานประจำวันได้
สะพาน: ทุกบทมีกล่อง BRIDGE TO MODERN MEDICINE เชื่อมศัพท์ไทยกับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย
ปลอดภัย: กล่อง CAUTION ระบุข้อห้ามและความเสี่ยงสำคัญ
คำนำ
ตำราเล่มนี้ออกแบบสำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบันทุกสาขา ตั้งแต่ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์เฉพาะทาง พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักวิชาการสาธารณสุข ไปจนถึง นักศึกษาแพทย์และวิชาชีพที่กำลังฝึกหัด ผู้เขียนเชื่อว่าการเข้าใจการแพทย์แผนไทย "ทั้งระบบ" จะทำให้คลินิกเซียนสนทนากับผู้ป่วยที่ใช้ภาษาแผนไทย ตัดสินใจเรื่องสมุนไพรร่วมยา และทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยอย่างปลอดภัยและมีหลักฐานรองรับ
เล่มนี้เลือกเดินตามสถาปัตยกรรมของแพทย์แผนไทยเอง — โลกทัศน์ → แกนทฤษฎี → 4 ศาสตร์หลัก → ปกติวิถี → การประยุกต์ทางคลินิก → ระบบและจริยธรรม เพื่อให้ผู้อ่านเห็นว่าแพทย์แผนไทยเป็นองค์ความรู้ที่มีปรัชญา ทฤษฎี และศาสตร์ปฏิบัติของตนเองที่สนทนากับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยได้
"ครบ แต่ไม่ยืด" — 9 ภาค 19 บท ใช้กล่อง "หัวใจของบท" นำหน้าทุกบท ใช้ตารางและแผนผังแทนข้อความยาวเมื่อเป็นไปได้ ผู้อ่านที่เร่งรีบอ่านเฉพาะกล่องหัวใจ + กล่อง CLINIC ก็ได้สาระเพียงพอสำหรับงานประจำวัน
คำชี้แจงการใช้ตำรา
กลุ่มเป้าหมาย
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์ครอบครัว และแพทย์เฉพาะทาง (อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ สูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ ฯลฯ)
พยาบาลวิชาชีพในทุกหน่วยบริการ (OPD, IPD, ER, ICU, PCU, รพ.สต.)
เภสัชกรชุมชนและเภสัชกรโรงพยาบาล
ทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด
นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุข นักโภชนาการ
นักศึกษาแพทย์และวิชาชีพที่ต้องการเรียนรู้แพทย์แผนไทยฉบับสมบูรณ์
วัตถุประสงค์โดยรวม
เข้าใจระบบแพทย์แผนไทยทั้งระบบ — ปรัชญา แกนทฤษฎี 4 ศาสตร์
เห็นจุดเชื่อมระหว่างแพทย์แผนไทยกับวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ร่วมสมัย
ประเมินความปลอดภัย สมุนไพร–ยา และข้อห้ามของหัตถการในผู้ป่วยตน
ทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยและทีมสหวิชาชีพอย่างปลอดภัยและมีหลักฐานรองรับ
เคารพภูมิปัญญาขณะใช้ evidence-based practice ในการตัดสินใจ
องค์ประกอบของแต่ละบท
องค์ประกอบ หน้าที่
หัวใจของบท 5–7 ประเด็นสรุปบนหน้าแรก อ่าน 30 วินาทีจบ
คำถามนำ กรอบความสนใจที่บทจะตอบ
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 3–5 ข้อ measurable
โครงเนื้อหา ตาราง/แผนผัง/infographic เป็นหลัก
BRIDGE เชื่อมศัพท์ไทย ↔ วิทยาศาสตร์ร่วมสมัย
CLINIC การประยุกต์ในเวชปฏิบัติ — เห็นภาพในงานจริง
CAUTION ข้อห้าม/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง
เคสตัวอย่าง 1 เคสต่อบท ใกล้เวชปฏิบัติจริง
คำถามทบทวน + แหล่งอ่านเพิ่ม ตรวจความเข้าใจ + อ้างอิงต่อยอด
ขนาดเล่ม
ตัวเล่มหลัก 19 บท ≈ 5–7 หน้าต่อบท + ภาคผนวก ≈ 50 หน้า รวมประมาณ 150 หน้า อ่านจบในวันหยุดสุดสัปดาห์เดียว
ภาคที่ 1 ปฐมบท — โลกทัศน์ ความสมดุล และวิทยาศาสตร์เชื่อม
วางฐานคิดก่อนเข้าสู่เนื้อหาเทคนิค ให้เห็น paradigm "องค์รวม–สมดุล" ของแพทย์แผนไทย และมีพจนานุกรมสองภาษาระหว่างศัพท์แผนไทยกับวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ร่วมสมัย
บทที่ 1 ปรัชญา องค์รวม และความสมดุล
คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยพูดว่า "ธาตุวิปริต" "กรรม" หรือ "สมุฏฐาน" — เขากำลังคิดด้วยกรอบใด และทำไมเราในฐานะแพทย์แผนปัจจุบันควรเข้าใจกรอบนี้
หัวใจของบท
แพทย์แผนไทยเกิดจากการหลอมรวม 3 ราก: พุทธ (อริยสัจ–ปฏิจจสมุปบาท–ขันธ์) พราหมณ์/อายุรเวท (ปัญจมหาภูต→ธาตุ 4, Tridosha (Vata-Pitta-Kapha) → ตรีโทษ ลม-ไฟ-น้ำ , รส) และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น (หมอพื้นบ้าน-หมอตำแย-กรรม)
กรอบ "องค์รวม 5 มิติ": กาย จิต สังคม สิ่งแวดล้อม กรรม — กว้างกว่า biopsychosocial ของ Engel ที่มี 3 มิติ
สุขภาพ = ธาตุสมดุล / โรค = ธาตุ หย่อน-กำเริบ-พิการ / รักษา = "กลับสมดุล" ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อหรือบล็อก receptor
"กรรม" ในแพทย์แผนไทย = พฤติกรรมและประวัติ ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติเสมอไป — มี overlap กับ social determinants & lifestyle factors
การเข้าใจกรอบนี้ทำให้ MD ซักประวัติได้ลึกขึ้น และสนทนากับผู้ป่วยที่ใช้ภาษาแผนไทยได้ตรงจุด
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
อธิบายราก 3 สายของแพทย์แผนไทย
อธิบายแนวคิดองค์รวม 5 มิติ และความสมดุลของธาตุ
เปรียบเทียบกับ biopsychosocial model ของแพทย์แผนปัจจุบัน
ใช้กรอบนี้ในการซักประวัติและสื่อสารกับผู้ป่วย
โครงเนื้อหา
1.1 รากทางคิด 3 สาย
สาย แนวคิดที่ให้ เห็นในเวชปฏิบัติว่า
พุทธ อริยสัจ 4, ปฏิจจสมุปบาท, ธาตุในพระอภิธรรม, ขันธ์ 5 สาเหตุ-ผล, จิตสมุฏฐาน, ความเชื่อมโยงกาย-ใจ
พราหมณ์/อายุรเวท ปัญจมหาภูต→ธาตุ 4, Tridosha → ตรีโทษ ลม-ไฟ-น้ำ , 6 รส→9 รส ตรีโทษ , ทฤษฎีรส, pattern diagnosis
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมอผี หมอเป่า หมอตำแย, ตำรับครัวเรือน การแพทย์ชุมชน, อาหารเป็นยา, "กรรม" และพิธีกรรม
1.2 องค์รวม 5 มิติ
สุขภาพ
ธาตุสมดุล
กาย
Body
จิต
Mind
สังคม
Social
สิ่งแวดล้อม
Environment
กรรม
Lifestyle
รูปที่ 1.1 — องค์รวม 5 มิติ: ขยายจาก biopsychosocial ของ Engel (3 มิติ) ด้วย "สิ่งแวดล้อม + กรรม"
ทุกมิติมีอิทธิพลต่อสุขภาพ การวินิจฉัยที่ดูเฉพาะ "กาย" จึงพลาดเหตุที่อยู่ใน 4 มิติที่เหลือ
1.3 ภาวะของธาตุ
ภาวะ คำอธิบาย เทียบ pathophysiology
สมดุล ธาตุทำงานพอดี Homeostasis
หย่อน ทำงานน้อยลง Hypofunction (เช่น hypothyroid, anorexia)
กำเริบ ทำงานเกิน Hyperfunction / inflammation
พิการ ทำงานผิดปกติ ไม่ตรงตามธรรมชาติ Dysregulation / autoimmune / neoplasm
BRIDGE TO MODERN MEDICINE
"องค์รวม 5 มิติ" ↔ Engel's biopsychosocial (1977) + environmental determinants + behavioral medicine — แพทย์แผนไทยเพิ่ม "กรรม" เป็นมิติที่ 5 ซึ่งทับซ้อนกับ
social determinants of health ของ WHO และแนวคิด
life course epidemiology
CLINIC APPLICATION
ในการซักประวัติผู้ป่วย NCDs ลองเพิ่มคำถาม 5 มิติ: (1) อาการกาย (2) ความเครียด-อารมณ์ (3) ครอบครัว-งาน (4) ที่อยู่อาศัย-อาหาร (5) วิถีประจำวัน-การนอน-การออกกำลัง — มักได้เหตุที่ซ่อนอยู่
เคสตัวอย่าง
ผู้หญิง 52 ปี ปวดเข่าเรื้อรัง 2 ปี OA grade II ใช้ NSAID ไม่หาย — ซักประวัติแบบ 5 มิติ พบ: (กาย) BMI 31, (จิต) ดูแลแม่ป่วย, (สังคม) นั่งขายของ 12 ชม./วัน, (สิ่งแวดล้อม) บ้าน 2 ชั้น ขึ้น-ลงวันละ 8 รอบ, (กรรม) เคยตกบันได 5 ปีก่อน — แผนรักษา: ลดน้ำหนัก + กายภาพ + ฟ้าทะลายโจร/เพชรสังฆาต + ปรับสิ่งแวดล้อมในบ้าน
คำถามทบทวน
Q1. องค์รวม 5 มิติของแพทย์แผนไทยต่างจาก biopsychosocial ของ Engel ตรงไหน?
A. เพิ่มมิติ "สิ่งแวดล้อม" (อุตุ-ประเทศสมุฏฐาน) และ "กรรม" (พฤติกรรม-ประวัติ-วิถี) ทำให้ครอบคลุมทั้ง physical environment และ life-course exposures
Q2. "ธาตุพิการ" ต่างจาก "ธาตุกำเริบ" อย่างไร?
A. กำเริบ = ทำงานเกิน (เปรียบ hyperfunction) / พิการ = ทำงานผิดเพี้ยน ไม่ตรงตามธรรมชาติ (เปรียบ dysregulation, malformation, neoplasm)
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม
บทที่ 2 วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมการแพทย์แผนไทย
คำถามนำ: หากแพทย์แผนไทยพูดเรื่อง "ธาตุไฟกำเริบ" "ลมในเส้น" หรือ "ยาแก้สมุฏฐาน" — วิทยาศาสตร์ร่วมสมัยอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้อย่างไร
หัวใจของบท
Network pharmacology & systems biology เป็น paradigm ที่ทำให้ตำรับสมุนไพร 5–10 ตัวเข้าใจได้ — ไม่ใช่ "single target single drug"
ฤทธิ์สมุนไพรไทยส่วนใหญ่ผ่าน 4 กลไกหลัก: anti-inflammatory, antioxidant, immune-modulating, microbiome-modulating
Polyvagal theory + fascia mechanotransduction + gate control อธิบายว่านวด-ประคบ-อบไอน้ำทำงานอย่างไรในระบบประสาท
Chronobiology (Nobel 2017) สอดคล้องกับ "กาลสมุฏฐาน-อุตุสมุฏฐาน-ปกติวิถี"
ข้อจำกัดของวิจัย TTM: heterogeneity, blinding, standardization — ต้องอ่านงานวิจัยอย่างมีวิจารณญาณ
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
อธิบายการเปลี่ยน paradigm จาก reductionism สู่ systems biology
ระบุสารออกฤทธิ์หลักของสมุนไพรไทย 8–10 ชนิด
อธิบายกลไก drug-herb interactions ผ่าน CYP450 / P-gp
อธิบายฐานวิทยาศาสตร์ของนวด สมาธิ อาหาร และจังหวะชีวิต
ประเมินหลักฐานเชิงประจักษ์ของแพทย์แผนไทยอย่างมีวิจารณญาณ
โครงเนื้อหา
2.1 Network pharmacology — เครื่องมือเข้าใจตำรับ
ตำรับยาไทย "ห้าราก" หรือ "เบญจกูล" มี 5 ตัวยา — Hopkins (Nature Chem Biol 2008) เสนอว่ายาที่มี multiple targets แต่ affinity ปานกลางมักได้ผลในโรคซับซ้อนดีกว่า single-target ที่ affinity สูง
ตัวอย่าง: curcumin targets NF-κB, COX-2, TNF-α, IL-6, STAT3 พร้อมกัน — เข้ากับแนวคิด "ยาตำรับมีหลายรส บูรณาการแก้สมุฏฐาน"
2.2 Phytochemistry สมุนไพรไทย ที่ MD ควรรู้
สมุนไพร สารหลัก กลุ่มเคมี เป้าหมายหลัก
ขมิ้นชัน Curcumin Polyphenol NF-κB, COX-2 → anti-inflammatory
ฟ้าทะลายโจร Andrographolide Diterpene lactone NF-κB, IL-6 → immune-modulating
ขิง Gingerol, shogaol Phenolic 5-HT3, COX → antiemetic, anti-inflammatory
บัวบก Asiaticoside Triterpenoid Collagen synthesis → wound healing
พริก Capsaicin Vanilloid TRPV1 → analgesia
ไพล Curcuminoids, methoxyflavones Polyphenol Anti-inflammatory, anti-asthmatic
ขี้เหล็ก Anhydrobarakol, อนุพันธ์ rhein Anthraquinone GABAergic + laxative
มะระขี้นก Charantin, polypeptide-p Saponin ↑ insulin sensitivity
กระชายดำ Methoxyflavones Polyphenol PDE5 inhibition, vasodilation
บอระเพ็ด Tinosporaside Diterpene glycoside Immunomodulator, hypoglycemic
2.3 Pharmacokinetics ที่ MD ใช้บ่อย
CYP3A4 inducers/inhibitors — สมุนไพรหลายชนิดเหนี่ยวนำหรือยับยั้ง CYP3A4 → กระทบยา 50%+ ในตลาด
P-glycoprotein — ขมิ้น พริกไทย piperine ลด efflux → เพิ่ม bioavailability ของยาอื่น (ใช้คู่ในตำรับโบราณ "ตรีกฎุก")
Bioavailability ของ curcumin เดี่ยวต่ำมาก (~1%) แต่กับ piperine เพิ่ม 20 เท่า
2.4 Neurobiology ของสัมผัสบำบัด
Gate control theory (Melzack-Wall 1965) — Aβ fiber ปิด gate ใน dorsal horn → อธิบายฤทธิ์ระงับปวดเฉียบพลันของนวด
Polyvagal theory (Porges) — สัมผัสช้า-ลึกกระตุ้น vagus → parasympathetic → HRV ดีขึ้น
Fascia mechanotransduction — แรงกดเปลี่ยน fibroblast signaling, ลด inflammation
Anatomy Trains ของ Myers — myofascial lines ทับซ้อนเส้นประธาน 10 ของไทยอย่างน่าทึ่ง (บท 5)
2.5 Chronobiology ↔ ปกติวิถี
Nobel Prize 2017 (Hall, Rosbash, Young) ในเรื่อง circadian clock genes — สอดคล้องกับ "กาลสมุฏฐาน" ที่บอกว่ายามเช้าธาตุดินเด่น สาย-เที่ยงไฟเด่น บ่าย-เย็นน้ำเด่น
Time-restricted eating ↔ "อย่ากินดึก" ในปกติวิถี
Seasonal physiology ↔ "อุตุสมุฏฐาน" — ฤดูร้อนไฟกำเริบ ฤดูฝนน้ำกำเริบ
Microbiome diversity ↔ อาหารหมัก-สมุนไพรในอาหารไทย
2.6 Adaptogens, hormesis, และ ECS
Adaptogen (Brekhman 1969): สารที่ช่วยร่างกายต้านความเครียดแบบ non-specific — กระชายดำ บัวบก บอระเพ็ด ตรงกับนิยาม
Hormesis: stress ขนาดต่ำสร้าง resilience — สอดคล้องกับ "ยาขม-รสเฝื่อน" ในปกติวิถี
Endocannabinoid system เป็น homeostatic regulator — งานวิจัยสมุนไพรไทยต่อ CB1/CB2 กำลังเริ่ม
2.7 Evidence hierarchy สำหรับ TTM
ระดับ สำหรับ TTM ข้อสังเกต
Systematic review/RCT มีในยาเดี่ยว (ฟ้าทะลายโจร, curcumin, ขมิ้น) ตำรับซับซ้อนทำ RCT ยาก
Real-world evidence ข้อมูล HOSxP, สปสช. เหมาะกับ pragmatic trial
n-of-1 / case series ดีสำหรับ individualized prescription generalize ยาก
Traditional use หลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ WHO ให้ความสำคัญในกรอบ "Traditional Use"
BRIDGE
"ธาตุไฟกำเริบ" ↔ inflammation + oxidative stress + sympathetic overdrive |
"ลมในเส้น" ↔ neuropathic pain + autonomic dysfunction + myofascial trigger |
"เสมหะกำเริบ" ↔ mucus hypersecretion + IgE-mediated inflammation + metabolic syndrome
CLINIC
ก่อนสั่งสมุนไพรร่วมยา ตรวจ 3 จุด: (1) สมุนไพรนี้ผ่าน CYP3A4/P-gp ไหม (2) ผู้ป่วยใช้ warfarin/DOAC/HOA หรือไม่ (3) ผู้ป่วยมีตับ-ไตบกพร่องที่กระทบ ADME ไหม — รายละเอียดในบท 11
คำถามทบทวน
Q1. Network pharmacology อธิบาย "ตำรับยาห้าราก" อย่างไร?
A. แทนที่จะ "1 ยา 1 target" ตำรับใช้ multi-compound × multi-target ทำให้ได้ผลกว้างใน inflammation, immune, microbiome พร้อมกัน — สอดคล้องกับธรรมชาติของโรค complex
Q2. Polyvagal theory เกี่ยวข้องกับการนวดไทยอย่างไร?
A. การกดลึก-ช้าตามเส้นประธานกระตุ้น afferent vagal → ↑ vagal tone → ↑ HRV → ↓ cortisol → คลายความเครียด
Q3. ข้อจำกัดของงานวิจัย TTM 3 ประการที่สำคัญที่สุดคือ?
A. (1) Heterogeneity ของผลิตภัณฑ์ (2) Blinding ทำได้ยากในหัตถการ (3) Standardization ของสารออกฤทธิ์ในตำรับซับซ้อน
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม
ภาคที่ 2 แกนทฤษฎี — หลักการพื้นฐานของแพทย์แผนไทย
4 หลักการที่ค้ำยันระบบทั้งหมด: ธาตุ–สมุฏฐาน–กายวิภาค/เส้น–รส ทุกบทเชื่อมไปข้างหน้าสู่ 4 ศาสตร์หลักในภาค 3–6
บทที่ 3 ตรีโทษ — ธาตุ 3 ลม–ไฟ–น้ำ (Tridosha: Vata–Pitta–Kapha)
คำถามนำ: ทำไมเวชปฏิบัติแพทย์แผนไทยใช้ "ธาตุ 3" เป็นแกนวิเคราะห์ความเจ็บป่วย — และเชื่อมกับ Tridosha ของอายุรเวทอย่างไร
หัวใจของบท
ตรีโทษ = ธาตุ 3 (ลม–ไฟ–น้ำ) ตรงกับ Vata–Pitta–Kapha ของอายุรเวท เป็นกรอบ "เคลื่อน–เปลี่ยน–คงอยู่" ของกาย
ทำไม 3 ไม่ใช่ 4: ธาตุดิน เป็นโครงสร้างที่ "พิการได้ยาก" — ในกรอบวินิจฉัยจึงรวมไว้ในธาตุน้ำ
กรอบวินิจฉัย 2 ชั้น: ธาตุประจำตัว (Prakriti) = constitution แต่กำเนิด / ตรีโทษปัจจุบัน (Vikriti) = ภาวะวันนี้
3 ภาวะของแต่ละโทษ: กำเริบ (Vridhi) → หย่อน/พร่อง (Kshaya) → พิการ (Vikriti-derangement) เรียงจากเบาไปหนัก
รูปแบบบันทึก: "V60/P25/K15 — วาตะกำเริบ 60%, ปิตตะหย่อน 30%, เสมหะปกติ" สื่อสารกับทีมได้ทันที
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
อธิบายตรีโทษและ map กับ Tridosha ของอายุรเวท
ระบุภาวะกำเริบ–หย่อน–พิการของแต่ละโทษ และเชื่อมกับ pathology
แยก Prakriti vs Vikriti ในการวินิจฉัย
เขียนสูตรบันทึก V/P/K ในเวชระเบียน
3.1 ทำไม "ธาตุ 3" ในการวินิจฉัย
คลาสสิกแพทย์แผนไทยมีทั้ง ธาตุ 4 (ปถวี–อาโป–วาโย–เตโช = ดิน–น้ำ–ลม–ไฟ) เป็น โครงสร้าง และ ธาตุ 3 (ลม–ไฟ–น้ำ) เป็น กลไกทำงาน ในเวชปฏิบัติเลือกใช้ธาตุ 3 เพราะ:
ธาตุดิน (กระดูก–เนื้อ–เอ็น–ผิว) เปลี่ยนช้าและ "พิการได้ยาก" — รวมไว้ในธาตุน้ำเมื่อวิเคราะห์ pathology
ลม–ไฟ–น้ำ เป็น functional drives ที่หมุนเปลี่ยนได้ตลอด ตรงกับ pathophysiology ที่ เคลื่อน-เปลี่ยน-อยู่
ตรงกับ Tridosha ของอายุรเวท ทำให้เชื่อมกับวรรณกรรมและงานวิจัยสากลได้
3.2 ตารางสรุปตรีโทษ
ตรีโทษ สันสกฤต องค์ประกอบ หน้าที่หลัก คุณสมบัติเด่น
ลม Vata (वात) ลม + อากาศ (ether) การเคลื่อนไหว, ระบบประสาท, autonomic เคลื่อน เบา แห้ง เย็น หยาบ
ไฟ Pitta (पित्त) ไฟ + น้ำ (เล็กน้อย) เผาผลาญ ย่อย อุณหภูมิ การเปลี่ยน ร้อน คม ลื่น เปรี้ยว
น้ำ Kapha (कफ) น้ำ + ดิน โครงสร้าง การหล่อลื่น ภูมิคุ้มกัน ของเหลว หนัก เย็น ชื้น มัน คงตัว หวาน
สมดุล
Sama-prakriti
ลม / Vata
เคลื่อน • เบา • แห้ง
ระบบประสาท • autonomic
ไฟ / Pitta
ร้อน • คม • เปรี้ยว
เผาผลาญ • metabolism
น้ำ / Kapha
หนัก • ชื้น • คงตัว
โครงสร้าง • ภูมิคุ้มกัน
กำเริบ Vridhi (เกิน)
หย่อน Kshaya (พร่อง)
พิการ Vikriti (เสีย)
รูปที่ 3.1 — ตรีโทษ (ธาตุ 3) ตรงกับ Tridosha ของอายุรเวท แต่ละโทษมี 3 ภาวะเรียงจากเบาไปหนัก: กำเริบ → หย่อน → พิการ
3.3 ลม (Vata) — แรงเคลื่อนของกาย
ลักษณะของผู้มี Vata เด่น (Prakriti)
โครงสร้างผอม สูง ข้อต่อชัด ผิวแห้ง คล้ำ ผมบาง พูดเร็วปาก จิตวอกแวก-คิดมาก ชอบความเปลี่ยนแปลง ทนแดดดี ทนหนาวแย่
ลม 6 ประเภท (subdivisions ↔ Vata sub-doshas)
ภาษาบาลี ที่ตั้ง ใกล้ Vata sub-dosha
อุทธังคมาวาตา ลมขึ้นเบื้องสูง Prana — หายใจ-สมอง
อโธคมาวาตา ลมลงเบื้องต่ำ Apana — ขับถ่าย-คลอด
กุจฉิสยาวาตา ลมในท้อง Samana — ย่อย-ดูดซึม
โกฏฐาสยาวาตา ลมในไส้ Vyana-related — peristalsis
อังคมังคานุสารีวาตา ลมแล่นทั่วร่าง Vyana — circulation
อัสสาสะปัสสาสะวาตา ลมหายใจ Prana — respiration
ภาวะ 3 ระดับของลม
ภาวะ อาการ เทียบ pathology
กำเริบ (Vridhi)ท้องอืด เรอ ปวดศีรษะ วิงเวียน นอนไม่หลับ ใจสั่น ผิวแห้ง วิตกกังวล Anxiety, IBS, vertigo, insomnia, autonomic dysreg
หย่อน/พร่อง (Kshaya)เคลื่อนไหวฝืด ขี้เกียจ พูดเบา หายใจตื้น พลังงานต่ำ Hypotonia, fatigue, ileus, hypotension
พิการ (Vikriti)ลมขึ้นเบื้องสูง หน้ามืดเป็นลม ลมจุกอก ชาปาก-ตา-มือ ลมในเส้น Syncope, TIA-like, neuropathy, seizure
3.4 ไฟ (Pitta) — แรงเปลี่ยนของกาย
ลักษณะของผู้มี Pitta เด่น
โครงสมส่วน ผิวอบอุ่น สีออกแดง ผมบาง ตาคม ใจร้อน ฉลาด มุ่งมั่น แข่งขัน หิวบ่อย ทนหนาวดี ทนร้อนแย่
ไฟ 4 ประเภท (sub-types)
ภาษาบาลี หน้าที่ ใกล้ Pitta sub-dosha
สันตัปปัคคี ความอบอุ่นของกาย Bhrajaka — body warmth
ปริฑยหัคคี ไฟอักเสบ-ไข้ Sadhaka/Ranjaka — inflammation
ชิรณัคคี ไฟแห่งความชรา —
ปริณามัคคี ไฟย่อยอาหาร (Agni — แกนสุขภาพ) Pachaka — digestive fire
หมายเหตุ: ปริณามัคคี (Agni) เป็นแกนสุขภาพ — Agni ดี → ย่อยดี → ไม่เกิด Ama (พิษค้าง) → โรคไม่เกิด; Agni ผิด → Ama → NCD chronic
ภาวะ 3 ระดับของไฟ
ภาวะ อาการ เทียบ pathology
กำเริบ แสบกระเพาะ ผื่นแดง ปวดศีรษะร้อน ตาแดง ปัสสาวะร้อน ฉุนเฉียว GERD, dermatitis, HT, hyperthyroid, fever
หย่อน/พร่อง มือ-เท้าเย็น เบื่ออาหาร ย่อยช้า ซีด อ่อนเพลีย Hypothyroid, dyspepsia, anemia, hypothermia
พิการ ไฟแลบเบื้องต่ำ ปัสสาวะเป็นเลือด ตกเลือด ดีซ่าน ตับอักเสบรุนแรง GI bleed, jaundice, hepatitis, sepsis
3.5 น้ำ (Kapha) — แรงคงอยู่ของกาย
ลักษณะของผู้มี Kapha เด่น
โครงร่างใหญ่ ผิวขาวใส ชุ่มชื้น ผมดกหนา ตาโต-ใส หลับลึก ขี้เซา สงบเนิบ จำได้ดี อึด ทนหนาว-ร้อนพอกัน เพิ่มน้ำหนักง่าย
ของเหลว 12 ประเภทในกรอบน้ำ
ปิตตัง (น้ำดี) • เสมหัง (เสมหะ) • ปุพโพ (น้ำเหลือง) • โลหิตัง (เลือด) • เสโท (เหงื่อ) • เมโท (ไขมัน) • อัสสุ (น้ำตา) • วสา (น้ำเลี้ยง) • เขโฬ (น้ำลาย) • สิงฆาณิกา (น้ำมูก) • ลสิกา (น้ำในข้อ) • มุตตัง (ปัสสาวะ)
ภาวะ 3 ระดับของน้ำ
ภาวะ อาการ เทียบ pathology
กำเริบ เสมหะมาก คัดจมูก บวมน้ำ น้ำหนักขึ้น ง่วงซึม เซื่องซึม Allergic rhinitis, edema, obesity, depression, hypothyroid
หย่อน/พร่อง ปากแห้ง ผิวแห้ง น้ำตาน้อย ท้องผูก ปัสสาวะน้อย กระดูกเสียดสี Sicca, OA, dehydration, sarcopenia
พิการ น้ำเป็นพิษ ตกขาวมีกลิ่น เสมหะเป็นเลือด-เหลือง น้ำเหลืองเสีย หนอง Pus, abscess, malignant effusion, lymphoma
3.6 Prakriti vs Vikriti — กรอบวินิจฉัย 2 ชั้น
มิติ ธาตุประจำตัว (Prakriti) ตรีโทษปัจจุบัน (Vikriti)
ความหมาย Constitution กำเนิด ภาวะวันนี้
เปลี่ยนแปลง คงที่ตลอดชีวิต เปลี่ยนตามฤดู วัย วิถี
ใช้งาน Prognosis, prevention, lifestyle plan Diagnosis, prescription
ประเมินจาก ลักษณะกาย-อุปนิสัย-ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม อาการปัจจุบัน + ลิ้น + ชีพจร + สมุฏฐาน
คนส่วนใหญ่ Dual constitution (เช่น V-P, P-K) ~70% มักมี dosha กำเริบ 1–2 ตัว
3.7 รูปแบบการบันทึก V/P/K
ตัวอย่าง 1: ผู้ชาย 45 ปี
Prakriti: V20/P55/K25 (ไฟเด่น)
Vikriti วันนี้: ไฟกำเริบ 70%, ลมหย่อน 20%, น้ำปกติ
สมุฏฐาน: ฤดูร้อน + อาหารเผ็ด + นอนดึก + เครียดงาน
Plan: ลด-ปรับ-เสริม-รักษา (ดูบท 8)
ตัวอย่าง 2: หญิงสูงวัย 72 ปี
Prakriti: V40/P30/K30 (ลม + balanced)
Vikriti: ลมกำเริบ 60%, น้ำหย่อน 30%, ไฟปกติ
สมุฏฐาน: ปัจฉิมวัย + ฤดูหนาว + ความเหงา
Plan: เพิ่มความอุ่น-ชื้น + นวด + อาหารต้ม-มัน
BRIDGE
ตรีโทษ ↔
Tridosha ของอายุรเวท ≈
constitutional medicine ในแพทย์แผนจีน (体质论) | Prakriti ≈
genetic + epigenetic baseline | Vikriti ≈
allostatic load + acute disease state |
Agni ↔ digestive function + microbiome health |
Ama ↔ chronic low-grade inflammation + metabolic toxicity (เชื่อมกับ leaky gut, AGEs, ROS)
CLINIC
ในการพบครั้งแรกของ NCD ลองประเมิน
Prakriti 5 นาทีจาก ลักษณะกาย + อุปนิสัย + ตอบสนองต่อความร้อน-เย็น แล้วบันทึก V/P/K % — ครั้งหลัง update เฉพาะ
Vikriti ทำให้เห็นว่าผู้ป่วย "เพี้ยนจากตัวเอง" ทางไหน
เคส
ชาย 45 ปี IT engineer Prakriti V25/P50/K25 — มา OPD ด้วย GERD, HT 150/95, นอนไม่หลับ — Vikriti: ไฟกำเริบ 60% (GERD, HT, ใจร้อน) + ลมกำเริบ 30% (insomnia, anxiety) + น้ำปกติ — สมุฏฐาน: ฤดูร้อน + กาแฟ 4 แก้ว + กินเผ็ด + นอน 02.00 — แผน: ลด (กาแฟ-เผ็ด) + ปรับ (วินัยนอน) + เสริม (ขมิ้น 500 mg PC + อบเชย) + รักษา (ARB ถ้า BP ไม่ลง)
คำถามทบทวน
Q1. ทำไมแพทย์แผนไทยใช้ "ธาตุ 3" ในการวินิจฉัย แทน "ธาตุ 4"?
A. ธาตุดินเป็นโครงสร้างที่ "พิการได้ยาก" — รวมไว้ในธาตุน้ำเมื่อวิเคราะห์โรค ส่วนลม-ไฟ-น้ำเป็น functional drives ที่หมุนเปลี่ยนได้ตรงกับ pathophysiology จริง และตรงกับ Tridosha ของอายุรเวทเชื่อมกับวรรณกรรมสากลได้
Q2. Prakriti ต่างจาก Vikriti อย่างไร?
A. Prakriti = constitution กำเนิด (คงที่) ใช้ planning + prognosis / Vikriti = ภาวะปัจจุบัน (เปลี่ยนได้) ใช้ diagnosis + prescription
Q3. "ลมพิการ" ต่างจาก "ลมกำเริบ" อย่างไร?
A. กำเริบ = ทำงานเกิน (anxiety, IBS, vertigo) เปลี่ยนวิถีและสมุนไพรกลับได้ / พิการ = corruption รุนแรง (syncope, neuropathy, seizure-like) ต้องการ specialist
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม
บทที่ 4 สมุฏฐานวินิจฉัย — สาเหตุของโรค 6 ประการ
คำถามนำ: ทำไมแพทย์แผนไทยจึงถามผู้ป่วยเรื่องฤดู วัย และที่อยู่อาศัยก่อนวินิจฉัย
หัวใจของบท
สมุฏฐาน = "เหตุของโรค" 8 ประการ (อุตุ–อายุ–กาล–ประเทศ–พฤติกรรม–อิริยาบถ–จิต/อารมณ์–ผิดธรรมชาติ) ครอบคลุม intrinsic + extrinsic + temporal + behavioral + emotional
กรอบสมุฏฐาน 8 = SDoH ของแพทย์แผนไทย — ทับซ้อน WHO Commission on SDoH + chronobiology + behavioral medicine
เครื่องมือ "checklist สมุฏฐาน" ใช้ในการซักประวัติได้ทุกหน่วยบริการ ไม่จำกัด PCU
วินิจฉัยแบบ pattern: ระบุสมุฏฐานเด่น → เลือกแผนแก้ที่เหตุนั้น
ใน HIS ปัจจุบันสามารถบันทึกสมุฏฐานเป็น "additional context" คู่กับ ICD-11 TM2
สมุฏฐาน 6
เหตุของโรค
ธาตุ
Constitution
อุตุ
Season
อายุ
Age stage
กาล
Time-of-day
ประเทศ
Environment
พฤติกรรม
Lifestyle
รูปที่ 4.1 — สมุฏฐาน 6 ประการ: กรอบ "เหตุของโรค" ที่ทับซ้อน WHO Social Determinants of Health + chronobiology
4.1 สมุฏฐาน 6 ประการ
สมุฏฐาน ความหมาย เทียบ modern ตัวอย่างคำถามซักประวัติ
1. ธาตุสมุฏฐาน ความวิปริตของธาตุภายใน Constitution + endogenous pathology "ธาตุประจำตัว (Prakriti) ของคุณเป็นแบบใด — ลม ไฟ หรือ น้ำ?"
2. อุตุสมุฏฐาน ฤดูกาล Seasonal physiology, allergen exposure "อาการเป็นมากในฤดูใด?"
3. อายุสมุฏฐาน ช่วงวัย (ปฐม–มัชฌิม–ปัจฉิม) Age-specific risk, developmental stage "เริ่มเป็นตอนอายุเท่าไร?"
4. กาลสมุฏฐาน เวลาในรอบวัน Circadian rhythm, chronotype "อาการแย่ตอนเช้า สาย หรือเย็น?"
5. ประเทศสมุฏฐาน ภูมิประเทศ-สิ่งแวดล้อม Built environment, environmental health "บ้านอยู่ในเมือง ชนบท ใกล้โรงงานไหม?"
6. พฤติกรรมสมุฏฐาน กิน นอน เคลื่อนไหว ขับถ่าย Lifestyle medicine, behavioral medicine "กิจวัตรประจำวันใน 24 ชม. เป็นอย่างไร?"
4.2 Checklist สมุฏฐาน — ใช้ในการซักประวัติ
เปิด checklist (8 บรรทัด)
□ ธาตุประจำตัว (Prakriti — V/P/K) / โรคประจำครอบครัว
□ ฤดูที่อาการรุนแรง
□ ช่วงวัย: เด็ก / วัยทำงาน / สูงอายุ
□ ช่วงเวลาที่อาการแย่ที่สุดในวัน
□ ที่อยู่อาศัย: ภูมิภาค / urban-rural / มลพิษ
□ พฤติกรรมการกิน 24 ชม.
□ การนอน: เวลาเข้านอน-ตื่น
□ การเคลื่อนไหว / ออกกำลังกาย
□ การขับถ่าย / ปัสสาวะ
□ ความเครียด-ความสัมพันธ์
4.3 ตัวอย่างวินิจฉัยแบบสมุฏฐาน
โรค สมุฏฐานหลัก แผนรักษา
LBP เรื้อรัง office worker พฤติกรรม + ประเทศ (โต๊ะทำงาน) ergonomics + นวด + ฤาษีดัดตน
Dyspepsia ผู้สูงอายุ อายุ + กาล (กินดึก) time-restricted eating + ยาธาตุบรรจบ
Insomnia วัยทอง ธาตุ (ลมกำเริบ) + กาล sleep hygiene + ขี้เหล็ก/ดอกไม้จีน
Allergic rhinitis ฤดูฝน อุตุ + ธาตุ (เสมหะ) หลีกเลี่ยง trigger + ฟ้าทะลายโจร + ประคบ
BRIDGE
สมุฏฐาน 6 ↔
WHO Social Determinants of Health +
chronobiology +
life-course epidemiology +
environmental medicine — แพทย์แผนไทยรวบทุกอย่างไว้ในกรอบเดียวมานานหลายร้อยปี
CLINIC
ในผู้ป่วย NCD ที่ "ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น" 80% มีสมุฏฐานหลักไม่ใช่ "ธาตุ" แต่เป็น "พฤติกรรม + ประเทศ + กาล" — ลอง ใช้ checklist 4.2 ก่อน escalate ยา
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. 6 สมุฏฐานต่างจาก ROS ของแผนปัจจุบันอย่างไร?
A. ROS = สำรวจอาการตามระบบกาย / สมุฏฐาน = สำรวจ "เหตุ" รวมสิ่งแวดล้อม-วัย-ฤดู-วิถี — เห็น context ของผู้ป่วยมากกว่า
บทที่ 5 กายวิภาคไทย และเส้นประธาน 10
คำถามนำ: เส้นประธาน 10 มีจริงไหมในมุม anatomy ของแผนปัจจุบัน — และทำไม Anatomy Trains ทำให้เราเข้าใจมันได้
หัวใจของบท
กายวิภาคไทยมี "อาการ 32" = inventory ของส่วนประกอบกาย (กระดูก เนื้อ เส้น เลือด น้ำ ลม ฯลฯ)
เส้นประธาน 10 = แนวพลังงาน-สัมผัสที่ใช้ในนวด ไม่ใช่ "เส้นประสาท" ตามแผนปัจจุบัน — ใกล้เคียง myofascial meridians ของ Myers
3 เส้นกลาง: อิทา ปิงคลา สุมนา — แนวกระดูกสันหลัง / 7 เส้นข้าง: กาลทารี-สหัสรังสี-ทวารี-จันทภูสัง-รุชำ-สิกขินี-สุขุมัง
"จุดสัญญาณ/จุดอันตราย" ทับซ้อน trigger points และ neurovascular bundles — สำคัญทาง patient safety
ความรู้นี้ใช้ในการประเมิน MSK pain เลือกหัตถการ และส่งต่ออย่างปลอดภัย
5.1 อาการ 32 — โครงสร้างพื้นฐาน
อาการ 32 จัดเป็น 4 หมวดตามธาตุ: ดิน (กระดูก-เนื้อ-เอ็น-เล็บ-ฟัน-ผิว ฯลฯ) / น้ำ (เลือด-น้ำเหลือง-น้ำดี-เสมหะ-น้ำลาย ฯลฯ) / ลม (ลมหายใจ-ลมลงเบื้องสูง-ลมลงเบื้องต่ำ ฯลฯ) / ไฟ (ไฟย่อยอาหาร-ไฟอุณหภูมิ ฯลฯ) — ใช้เป็น checklist ในการซักประวัติได้
5.2 เส้นประธาน 10 — ตำแหน่งและ correlates
เส้น แนววิ่ง (สรุป) Modern correlate
อิทา ซ้ายของกระดูกสันหลัง สะโพก-คอ Left paraspinal myofascia + sympathetic chain
ปิงคลา ขวาของกระดูกสันหลัง สะโพก-คอ Right paraspinal myofascia + sympathetic chain
สุมนา กลางลำตัว สะโพก-ลิ้นไก่ Linea alba + diaphragm + pelvic floor (core)
กาลทารี แขน-ขา ทั่วร่างกาย Brachial + lumbosacral plexus distribution
สหัสรังสี ตาซ้าย ใบหน้า-คอ Left cervical plexus + trigeminal V1-V2
ทวารี ตาขวา ใบหน้า-คอ Right cervical plexus + trigeminal V1-V2
จันทภูสัง หูซ้าย Left great auricular + lesser occipital
รุชำ หูขวา Right great auricular + lesser occipital
สิกขินี อวัยวะเพศ-ทวารหนัก Pudendal + perineal nerves
สุขุมัง ทวารหนัก ก้นกบ Coccygeal plexus + pelvic floor
5.3 เปรียบ Anatomy Trains (Myers)
Myofascial Line เส้นประธานที่ใกล้ ความสำคัญทางคลินิก
Superficial Back Line อิทา + ปิงคลา (รวม) Tension headache, hamstring tightness
Lateral Line กาลทารี (ส่วนข้าง) Iliotibial pain, hip stability
Spiral Line กาลทารี (ส่วนเฉียง) Postural torsion, scoliosis
Deep Front Line สุมนา Core stability, breathing dysfunction
5.4 จุดสัญญาณ/จุดอันตราย ที่ MD ต้องระวัง
CAUTION
จุดที่ห้ามกดแรง:
คอด้านข้าง (carotid sinus),
รักแร้ (brachial plexus),
ขาหนีบ (femoral A/N),
ใต้ลิ้นปี่ (xiphoid + abd aorta),
ก้นกบ (sacral plexus) — โดยเฉพาะใน anticoagulant, severe HT, malignancy at site
CLINIC
ผู้ป่วย office syndrome ที่ปวดบ่า-คอ ลองคลำเส้นอิทา-ปิงคลา 2 ข้างเทียบกัน — ฝั่งที่ตึงและกดเจ็บมักเป็นด้าน dominant arm ที่ใช้ mouse — แนะนำ Anatomy Trains' SBL stretch + นวดราชสำนัก
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. เส้นปิงคลาสัมพันธ์กับโครงสร้างใดของแผนปัจจุบัน?
A. Right paraspinal myofascial chain + right sympathetic trunk; ในงานนวดกดบริเวณนี้ → ผลต่อ autonomic balance
บทที่ 6 รสยา 9 รส และหลักการบำบัด-ป้องกัน
คำถามนำ: รส 9 รสไม่ใช่แค่ "รสในปาก" — มันคือ classification system ของยาที่เชื่อมกับสรีรวิทยา
หัวใจของบท
9 รส = functional classification ของสารธรรมชาติ ทับซ้อนกับ phytochemical class ของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
หลักบำบัด 4: กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง ใช้เลือกรสยาให้ตรงสมุฏฐาน
หลักป้องกัน = "ปกติวิถี" ครอบคลุมอาหาร นอน เคลื่อนไหว ขับถ่าย จิตใจ — ทาบกับ lifestyle medicine 6 pillars
ตารางรส 9 ในบทนี้ทำให้เลือกสมุนไพรในตู้คลินิกได้ถูกรส
ปกติวิถี ≠ "ของชาวบ้าน" แต่เป็นแกนของการป้องกันโรค NCD
9 รส
Functional class
ฝาด
tannin
หวาน
polysacc
เปรี้ยว
org acid
เค็ม
salt
มัน
lipid
หอมเย็น
terpene
ขม
iridoid
เมาเบื่อ
alkaloid
เผ็ดร้อน
capsaicin
รูปที่ 6.1 — รสยา 9 รส = Functional Classification ที่ทับซ้อนกับ phytochemical classes ของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
6.1 ตาราง 9 รส
รส ฤทธิ์หลัก เคมีที่เด่น ตัวอย่างสมุนไพร
ฝาด สมาน หยุดเลือด หยุดถ่าย Tannins เปลือกมังคุด ฝรั่งใบ
หวาน บำรุงกำลัง ชุ่มคอ Polysaccharides, glycosides ชะเอม กระเจี๊ยบ
เมาเบื่อ แก้พิษ ฆ่าพยาธิ Alkaloids เพชรสังฆาต ฟ้าทะลายโจร
ขม ลดไข้ ขับน้ำดี เจริญอาหาร Iridoids, sesquiterpene lactones บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร
เผ็ดร้อน ขับลม ขับเหงื่อ บำรุงไฟธาตุ Capsaicinoids, gingerols พริก ขิง พริกไทย
มัน บำรุง บำรุงเส้น ระบาย Lipids, omega FA งา ถั่วลิสง
หอมเย็น บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น Volatile terpenoids ดอกมะลิ การบูร
เค็ม ซึมซับ รักษาแผล ขับเสมหะ Mineral salts เกลือสมุทร
เปรี้ยว ขับเสมหะ ระบาย แก้กระหาย Organic acids มะนาว มะขาม
6.2 หลักบำบัด 4 ประการ
หลัก ใช้เมื่อ รสยาที่เลือก ตัวอย่างเวชปฏิบัติ
กลับธาตุ ธาตุวิปริต เลือกตามธาตุที่ผิดปกติ ลมกำเริบ → รสเผ็ดร้อน + นวด
ขับ ของเสียคั่ง ขม-เผ็ดร้อน-เปรี้ยว เสมหะค้าง → ฟ้าทะลายโจร
สงบ อาการรุนแรง หวาน-หอมเย็น-มัน fever → ยาเขียว, anxiety → ดอกไม้จีน
บำรุง ฟื้นฟู หลังป่วย หวาน-มัน-ฝาด post-illness → ตำรับตรีเกสรมาศ
6.3 ปกติวิถี — หลักป้องกันแบบไทย
มิติ หลักไทย เทียบ Lifestyle Medicine
อาหาร กินตามธาตุ-ฤดู, รส 9 ครบ, อย่ากินเกิน Whole-food plant-predominant diet
นอน นอนก่อนสามทุ่มถึงตีห้า Sleep 7–9 hr, sleep hygiene
เคลื่อนไหว ฤาษีดัดตน เดินจงกรม Physical activity 150 min/wk
ขับถ่าย ทุกเช้าหลังตื่น Bowel regularity, hydration
ใจ สมาธิ อานาปานสติ ปล่อยวาง Stress management, mindfulness
สิ่งแวดล้อม บ้านโปร่ง เย็น สงบ Built environment health
BRIDGE
6 pillars ของ
American College of Lifestyle Medicine (nutrition, physical activity, sleep, stress, social connection, avoid toxins) ตรงกับ "ปกติวิถี" แทบทุกข้อ — แพทย์แผนไทยมองข้อนี้เป็น "ระดับสูงสุดของการรักษา"
CLINIC
ในผู้ป่วย NCD เกือบทุกราย คำสั่ง "ปรับวิถี" ก่อนสั่งยาให้ผลที่ดี และมีหลักฐานสนับสนุน (ดู Ornish reversal trials, DiRECT trial เบาหวานชนิด 2)
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. รสขมมีกลไกใดในการลดไข้?
A. สาร iridoids/sesquiterpene lactones (เช่น andrographolide) → ยับยั้ง NF-κB → ลด IL-6, TNF-α → ลดไข้ + ลดอักเสบ
Q2. ปกติวิถีกี่ประการ และสอดคล้อง lifestyle medicine อย่างไร?
A. 6 ประการ (อาหาร นอน เคลื่อนไหว ขับถ่าย ใจ สิ่งแวดล้อม) ทาบ 6 pillars ของ ACLM แทบ 1:1
ภาคที่ 3 เวชกรรมไทย — ศาสตร์การวินิจฉัยและรักษา
เวชกรรมไทยเป็นศาสตร์ของการตรวจ วินิจฉัย และวางแผนการรักษา ภาคนี้รวมการตรวจร่างกาย คัมภีร์โรคหลัก หลักการรักษา และการเชื่อมรหัสกับ ICD-11/TM2 เพื่อให้ MD สนทนากับแพทย์แผนไทยและบันทึกข้อมูลใน HIS ได้
บทที่ 7 การตรวจวินิจฉัยและคัมภีร์โรคหลัก
คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยตรวจคน เขาดูอะไรและคิดอะไรในใจ
หัวใจของบท
การตรวจร่างกายแบบไทย: ตา-ลิ้น-ชีพจร-เส้น-สี-กลิ่น-เสียง + ซักประวัติแบบสมุฏฐาน 6
คัมภีร์โรคหลัก ≈ "specialty textbook" ของแผนไทย — แต่ละคัมภีร์ดูแลกลุ่มโรคหนึ่งกลุ่ม
คัมภีร์ที่ใช้บ่อย: ตักศิลา (ไข้), ธาตุวิภังค์ (ธาตุพิการ), กษัย (โรคเรื้อรัง-ผอม), มหาโชตรัตน์-ปฐมจินดา (สตรี-เด็ก)
SOAP แบบ integrative: ใส่ "ธาตุ" "สมุฏฐาน" "คัมภีร์" ไว้ใน Assessment เพื่อสนทนากับแพทย์แผนไทย
การฟังภาษาแผนไทยจากผู้ป่วยแล้ว "แปล" ได้ทำให้ลด miscommunication ในงาน OPD
7.1 การตรวจร่างกายแบบไทย
สิ่งที่ตรวจ ดูอะไร เทียบ modern
ตา สี ความใส น้ำตา Conjunctiva, sclera (anemia, jaundice, dehydration)
ลิ้น สี ฝ้า รูปร่าง รอย Tongue exam (dehydration, anemia, candidiasis, B12 deficiency)
ชีพจร ตำแหน่ง ลักษณะ จังหวะ Pulse exam (rate, rhythm, character)
เส้น คลำเส้นประธาน 10 Myofascial palpation (trigger points)
สี ผิวหน้า ผิวกาย Pallor, cyanosis, jaundice
กลิ่น ลมหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ Ketotic, uremic, foul (DM, CKD, infection)
เสียง เสียงพูด เสียงไอ Hoarseness, stridor, productive cough
7.2 คัมภีร์โรคหลัก ที่ MD ควรรู้จัก
คัมภีร์ ดูแลกลุ่มโรค ICD/MD parallel
ตักศิลา ไข้ 26 ประเภท: ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้สันนิบาต Infectious dz, sepsis, FUO
ธาตุวิภังค์ ธาตุพิการ 4 ธาตุ Constitutional pathology, syndrome diagnosis
กษัย โรคเรื้อรัง ผอม ซูบ 26 จำพวก Chronic wasting, cachexia, NCD complications
มุขโรค โรคในช่องปาก-คอหอย Oral medicine, ENT
อภัยสันตา ตา Ophthalmology
มหาโชตรัตน์ + ชวดาร สตรี (มดลูก ระดู) Gynecology
ปฐมจินดา สตรี + เด็ก Obstetrics + Pediatrics
โรคนิทาน + กระษัยกล่อน โรคทางเดินปัสสาวะ-ระบบสืบพันธุ์ชาย Urology, Andrology
7.3 SOAP แบบ Integrative — ตัวอย่าง
เปิดตัวอย่าง SOAP
S: ปวดท้องบนซ้าย แสบร้อน 2 สัปดาห์ แย่หลังกินเผ็ด
พักฟื้นไม่ทัน นอนดึก ตี 1 ทุกวัน เกิด พ.ค. ธาตุไฟ
O: BP 138/86 BMI 26 ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรเร็ว
Epigastric tenderness, no peritonitis
A: GERD (ICD-10 K21.0) overlap 'ไฟกำเริบ + กาลสมุฏฐาน'
คัมภีร์: ธาตุวิภังค์ (ไฟ)
P: 1) Esomeprazole 20 mg OD x 4 wks
2) แนะนำ time-restricted eating (12-hr window)
3) งดเผ็ด-คาเฟอีน 2 wks
4) ส่งปรึกษาแพทย์แผนไทยเพื่อปรับธาตุ
5) FU 4 wks
CLINIC
ขอแค่ใส่
"ธาตุ + สมุฏฐานหลัก + คัมภีร์" ไว้ใน Assessment ของ SOAP ก็พอให้ทีมสหวิชาชีพอ่านเข้าใจตรงกัน — ไม่ต้องเขียนยาวเกิน 2 บรรทัด
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. ลิ้นที่มีฝ้าหนาสีเหลืองสะท้อนภาวะใดในแพทย์แผนไทย?
A. "ไฟกำเริบ + เสมหะคั่ง" — ทาบกับ chronic GERD, oral candidiasis ใน DM, hepatic congestion
บทที่ 8 หลักการรักษาและการเชื่อมกับ ICD-11/TM2
คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยตั้งโรคแล้ว เขารักษาด้วยกรอบใด — และระบบ HIS รองรับอย่างไร
หัวใจของบท
หลักการรักษา 4 ประการ: กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง เลือกตามสมุฏฐาน
Sequence ที่แนะนำ: ปรับวิถี → สมุนไพร → หัตถการ → ปรึกษาเฉพาะทาง
WHO ICD-11 บรรจุ TM2 module (Traditional Medicine Conditions, Module 2) ตั้งแต่ 2019 — บันทึก dual coding ได้
ในระบบ HOSxP/JHCIS เพิ่มฟิลด์ TM2 code คู่กับ ICD-10/11 → เบิก UC ได้ตามประกาศ
การรู้รหัส TM2 ช่วยให้ MD เห็น "เพื่อน" ของ ICD โรคที่คุ้นเคย เช่น migraine ↔ ลมปะกัง
8.1 หลักการรักษา 4 ประการ
หลัก เป้าหมาย เครื่องมือหลัก ตัวอย่างคลินิก
กลับธาตุ คืนสมดุลธาตุที่วิปริต ยารส + ปรับวิถี ลมกำเริบ → ขิง+เผ็ดร้อน+นวด
ขับ กำจัดของเสีย/พยาธิ ยาขม-เผ็ดร้อน-ระบาย หนองคั่ง → ฟ้าทะลายโจร, มะขามแขก
สงบ ระงับอาการรุนแรง ยาเขียว ยาเย็น สมาธิ fever → ยาเขียว / pain → ลูกประคบ
บำรุง ฟื้นฟูพละกำลัง ยารสหวาน-มัน, ตำรับบำรุง post-illness → ตรีเกสรมาศ
8.2 Sequence of Care
1. ปรับวิถี (Lifestyle)
อาหาร นอน เคลื่อนไหว สมาธิ • 80% ของผู้ป่วย NCD เริ่มที่นี่
2. สมุนไพร (Phytotherapy)
ยาเดี่ยว → ตำรับในบัญชียาหลัก • monitor drug-herb
3. หัตถการ (Manual / Heat)
นวด ประคบ อบไอน้ำ • ตรวจ contraindication ก่อน
4. ส่งต่อ / Specialist
แพทย์แผนไทยเฉพาะทาง / แผนปัจจุบัน
เป้า: สมดุล
↑ Escalate ถ้าไม่ดีขึ้น 4-8 wks
มากที่สุด
น้อย
รูปที่ 8.1 — Sequence of Care: เริ่มจากปรับวิถีก่อน escalate ตามลำดับ จุดประสงค์คือกลับสู่สมดุลด้วยวิธีที่เบาที่สุดที่ได้ผล
8.3 ICD-11 TM2 — ภาพรวม
WHO ICD-11 Chapter 26 (Traditional Medicine Conditions, Module 1) ดูแลแพทย์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ส่วน Module 2 ที่กำลังพัฒนาดูแล Ayurveda/Siddha/Unani และคาดว่าครอบคลุมแพทย์แผนไทยในรอบถัดไป — ในประเทศไทยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ออก "รหัสมาตรฐานแพทย์แผนไทย" ไว้ใช้คู่กับ ICD-10
8.4 ตารางเทียบรหัส (สั้น)
คำวินิจฉัยแผนไทย ICD-10 ความใกล้เคียง
ลมปะกัง G43 (Migraine) Migraine + tension headache
ริดสีดวง K64 Haemorrhoids — ตรงเลย
ลมจับโปง M19 OA + arthralgia
กษัยกล่อน N40 / N41 BPH / chronic prostatitis
เลือดลมไม่ดี I99 / N94.6 Vasomotor symptoms / dysmenorrhea
ไข้พิษ A41 / A39 Sepsis / meningococcemia
ตานขโมย E64.0 / B82.0 PEM + helminthiasis (เด็ก)
ลมในเส้น M79.7 / G62.9 Myofascial / peripheral neuropathy
BRIDGE
ในระบบ HOSxP/JHCIS ใส่ field "TM Code" ใต้ ICD-10 → ระบบ
NHSO (สปสช.) ยอมรับสำหรับการเบิก หัตถการแพทย์แผนไทยและยาในบัญชียาหลักจากสมุนไพร
CLINIC
หัตถการที่เบิกได้ใน UC (สปสช.) เช่น นวดราชสำนักรักษา / ประคบสมุนไพร / อบไอน้ำ — ต้องมี ICD + รหัสหัตถการแพทย์แผนไทยคู่กัน ดูประกาศกรมฯ ฉบับล่าสุด
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. หลักการรักษา 4 ประการของแพทย์แผนไทยมีอะไรบ้าง?
A. กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง
Q2. ICD-11 TM2 ครอบคลุมระบบใดบ้าง?
A. M1 ครอบคลุม TCM/Kampo/Korean / M2 (กำลังพัฒนา) ครอบคลุม Ayurveda, Siddha, Unani และอนาคตคาดว่ารวม TTM
ภาคที่ 4 เภสัชกรรมไทย — ศาสตร์แห่งยา
ครอบคลุมตัวยา การปรุง ตำรับ และความปลอดภัย เน้นความรู้ใช้งานจริงในการสั่งจ่าย ให้คำแนะนำผู้ป่วย และเฝ้าระวังร่วมยาแผนปัจจุบัน
บทที่ 9 ตัวยา รส และการปรุง 28 วิธี
คำถามนำ: ทำไม "ต้ม" กับ "ฝน" สมุนไพรจึงให้ฤทธิ์ไม่เหมือนกัน
หัวใจของบท
ตัวยา 9 ประเภท: พืชวัตถุ–สัตววัตถุ–ธาตุวัตถุ (ส่วนใหญ่เป็นพืช)
การปรุง 28 วิธีสร้าง chemistry transformation เปลี่ยน bioavailability และ pharmacokinetics
"ต้ม" = สกัดน้ำ-polyphenols / "ดอง" = สกัดด้วยแอลกอฮอล์ ได้ alkaloids / "ฝน" = สดใหม่ มี volatile
"เผาให้เป็นด่าง" = calcination ได้ alkali — ใช้เปลี่ยน mineral form
คุณภาพยา: Thai Herbal Pharmacopoeia (THP) + GMP — ดูสี กลิ่น ความชื้น สารปนเปื้อนเบื้องต้น
9.1 ตัวยา 9 ประเภท
หมวด ประเภท ตัวอย่าง
พืชวัตถุ 1. ราก-เหง้า-หัว ขมิ้น ขิง บอระเพ็ด
2. เปลือก-แก่น-เนื้อไม้ เปลือกมังคุด แก่นจันทน์
3. ใบ-ดอก-ผล-เมล็ด ฟ้าทะลายโจร ดอกมะลิ ลูกซัด
สัตววัตถุ 4. ทั้งตัว จิ้งจก (ในตำราโบราณ)
5. อวัยวะ เขากุย น้ำดีหมี (ปัจจุบันเลี่ยง)
6. สิ่งที่ปล่อยออก น้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง
ธาตุวัตถุ 7. ธาตุสลายตัว เกลือ น้ำปูนใส
8. ธาตุสลายตัวยาก ดินสอพอง ปูนแดง
9. ธาตุไม่สลายตัว เพชร พลอย (เคยใช้บดในตำรับเก่า)
9.2 การปรุงยา 28 วิธี — กลุ่มที่ใช้บ่อย
วิธี ทำอย่างไร ผลทางเคมี
ต้ม เคี่ยวกับน้ำ 30-60 นาที สกัด polysaccharides, polyphenols ที่ละลายน้ำได้
ดอง แช่ในเหล้าขาว 7-15 วัน สกัด alkaloids, lipophilic compounds
ฝน ฝนกับหินกรานให้สด เก็บ volatile compounds, สดใหม่
บดผง บดละเอียด เพิ่ม surface area, dissolution rate
ลูกกลอน ปั้นกับน้ำผึ้ง ปกปิดรสขม, sustained release
เผาให้เป็นด่าง เผาในภาชนะปิดจนเป็นถ่าน Calcination → alkali; เปลี่ยน mineral form
สะตุ เผาในไฟอ่อนกับน้ำมะนาว เปลี่ยน chemistry ลด toxicity (เช่นยา arsenic)
กลั่น กลั่นด้วยไอน้ำ แยก essential oil
9.3 ผลของวิธีปรุงต่อ Bioavailability
ขมิ้นชันต้ม BA ต่ำ — ขมิ้นในตำรับ "เครื่องตรีกฎุก" (ขิง พริกไทย ขมิ้น) BA สูงขึ้น 20× เพราะ piperine
บอระเพ็ดสด vs แห้ง — สาร tinosporaside ลดลง 40% ใน 6 เดือนถ้าเก็บไม่ดี
มะระขี้นกตากแห้งบด vs สดต้ม — สดต้มได้ polypeptide-p ดีกว่า แต่อยู่ได้สั้น
9.4 คุณภาพยาและ THP
เกณฑ์ ข้อมูล
Identity Macroscopic + microscopic + TLC
Purity Foreign matter, ash, moisture < 10%
Strength Marker compound (HPLC)
Safety Heavy metals, aflatoxin, microbial limits
CAUTION
ระวังยาลูกกลอน
"ปลอม" ที่ผสม steroid (dexamethasone) หรือ NSAID — สังเกต: ออกฤทธิ์เร็วผิดปกติ ผู้ใช้นานๆ จะมี Cushingoid feature, GI bleed (ดูบทที่ 11)
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. การปรุง "เผาให้เป็นด่าง" คืออะไร?
A. Calcination — เผาในภาชนะปิดให้เป็นด่าง/อัลคาไล เปลี่ยน mineral chemistry เพื่อลดพิษ/เพิ่ม solubility ใช้กับยาธาตุประเภท เช่น ดินสอพอง ปูนขาว
บทที่ 10 ตำรับยาและบัญชียาหลักแห่งชาติ
คำถามนำ: ทำไมตำรับยาไทยจึงมีตัวยา 5–10 ตัว ในขณะที่ยาแผนปัจจุบันส่วนใหญ่มีตัวเดียว
หัวใจของบท
ตำรับ = "polyherbal formulation" ออกแบบให้มี รสประธาน + รสรอง + ตัวยานำ
บัญชียาหลักแห่งชาติ "บัญชียาจากสมุนไพร" = ยาที่เบิกได้ ในระบบ UC
10 ยาที่ MD เจอบ่อย: ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้น, ขิง, ขี้เหล็ก, มะแว้ง, ห้าราก, ประสะมะแว้ง, ธาตุบรรจบ, ตรีผลา, ยาเขียว
การสั่งยา: ระบุ ขนาด-วิธีกิน-ระยะเวลา และ เงื่อนไขหยุด เหมือนยาแผนปัจจุบัน
เภสัชกรในชุมชน/รพ. มีบทบาทใน drug-herb interaction screening (บท 11)
10.1 หลักตำรับ
ตัวยาประธาน — ตัวหลักที่ออกฤทธิ์ตามข้อบ่งใช้
ตัวยารอง — เสริมฤทธิ์ ลดผลข้างเคียง
ตัวยานำ/ปรุงรส — ช่วย bioavailability, ปกปิดรส, ปรับ pH
หลักการคล้าย "adjuvant therapy" ของแพทย์แผนปัจจุบัน
10.2 ยาเดี่ยว 18 ตัว ใน OD-PCU (ตัดสั้น)
ยา ข้อบ่งใช้หลัก ขนาดผู้ใหญ่
ฟ้าทะลายโจร เจ็บคอ-ไข้-อักเสบ 1.5-3 g/วัน × 3-5 วัน
ขมิ้นชัน Dyspepsia 500 mg PC tid × 4 wks
ขิง คลื่นไส้-อาเจียน-เมา 1-2 g/วัน
ขี้เหล็ก นอนไม่หลับ 3-5 g HS
มะแว้งเครือ/ต้น ไอ-ขับเสมหะ 3-6 g/วัน
เพชรสังฆาต ริดสีดวง-bone fracture support 500 mg-1 g tid
มะระขี้นก เบาหวาน adjunct 1-2 g/วัน
กระชายดำ บำรุงกำลัง 500 mg-1 g/วัน
ชะพลู/ชะเอม แก้ไอ-ชุ่มคอ 2-3 g/วัน
ขลู่ ขับปัสสาวะ-นิ่ว 5-10 g ต้ม
รายการเต็ม 18 ตัวอยู่ในภาคผนวก B
10.3 ตำรับเด่นในบัญชียาหลัก
ตำรับ ส่วนประกอบหลัก ข้อบ่งใช้
ห้าราก (เบญจโลกวิเชียร) รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายม่อม รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่ออุทุมพร ลดไข้
ตรีผลา สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม Antioxidant + ระบาย
ตรีกฎุก ขิง พริกไทย ดีปลี กระตุ้นไฟธาตุ-ขับลม
ธาตุบรรจบ ขิง สมอไทย ขมิ้นชัน + อื่น Dyspepsia, IBS-like
ประสะมะแว้ง มะแว้งต้น+เครือ + เกลือสมุทร ไอ-เสมหะข้น
ยาเขียว หลายชนิด (รสเย็น-หอม) ไข้ ผื่น
ยาหอม หลายชนิด (รสหอมเย็น) วิงเวียน-ใจสั่น
หอมเทพจิตร ตำรับยาหอม เป็นลม-วิงเวียน
รายการเต็ม ~70 ตำรับ + ส่วนประกอบครบ ดูภาคผนวก C
CLINIC
สั่งยาสมุนไพรในใบสั่งยา ใช้ format:
ชื่อยา + รูปแบบ + ขนาด + วิธี + ระยะเวลา + เงื่อนไขหยุด เช่น "ฟ้าทะลายโจรแคปซูล 500 mg, 2 cap tid pc × 5 d, หยุดถ้าผื่น/คันคอ/ตับชา"
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลักหมวดใด ขนาดที่แนะนำ?
A. บัญชียาจากสมุนไพร — ขนาด 60 mg andrographolide ต่อวัน (≈ 1.5-3 g ผง) แบ่ง 3 มื้อ 3-5 วัน
Q2. ตำรับ "ห้าราก" มีส่วนประกอบ-ข้อบ่งใช้อะไร?
A. รากย่านาง+ชิงชี่+ท้าวยายม่อม+เท้ายายม่อม+มะเดื่ออุทุมพร — ใช้ลดไข้
บทที่ 11 ความปลอดภัยและ Drug-Herb Interactions
คำถามนำ: เมื่อผู้ป่วยใช้สมุนไพรร่วมยาแผนปัจจุบัน ความเสี่ยงคืออะไร และจัดการอย่างไรในระดับคลินิก
หัวใจของบท
AE ของสมุนไพรไทยจัดเป็น 4 กลุ่ม: hepatotoxic, nephrotoxic, allergic, contamination
ยาลูกกลอนปลอมผสม steroid/NSAID เป็นปัญหาที่พบใน OPD/ER บ่อยกว่า "ฤทธิ์ของสมุนไพรเอง"
Drug-herb interactions ที่ MD เจอบ่อยสุด: warfarin × ขมิ้น/ขิง/กระเทียม , insulin × มะระขี้นก , ARB × ฟ้าทะลายโจร , sedative × ขี้เหล็ก
ใช้ RUCAM scoring เพื่อประเมิน HILI (Herb-Induced Liver Injury)
Patient counseling: ถามทุกครั้ง "ทานสมุนไพร/ยาดอง/ลูกกลอนอะไรบ้าง?" — รายงาน HADR ผ่านศูนย์ HPVC
11.1 Adverse Events 4 กลุ่ม
กลุ่ม ตัวอย่างสมุนไพร อาการ-แล็บ
Hepatotoxic ขี้เหล็ก, ขมิ้นในบางตำรับ, kava (นำเข้า) ↑ AST/ALT, jaundice, encephalopathy
Nephrotoxic Aristolochia (ห้ามใช้แล้ว), licorice ปริมาณมาก ↑ Cr, hypoK, BP สูง
Allergic ฟ้าทะลายโจร, มะรุม, ดอกไม้บางชนิด ผื่น, urticaria, anaphylaxis
Contamination ยาลูกกลอนปลอม, heavy metals Steroid effect, lead/As poisoning
11.2 ยาลูกกลอนปลอม — สังเกตอย่างไร
ออกฤทธิ์เร็วเกินไป สำหรับสมุนไพรแท้ (ปวด/อักเสบหายใน 1-2 ชม.)
ลักษณะ: ขนาดเล็ก สีเข้มผิดปกติ ไม่มีฉลาก อย./ทบ.
Test เบื้องต้น: ลูกกลอนแท้ละลายช้าในน้ำ ปลอมละลายเร็ว/ฟอง
ผู้ป่วยใช้นาน → Cushingoid + GI bleed + adrenal suppression
11.3 Drug-Herb Interactions ที่พบบ่อย
คู่ กลไก ผลทางคลินิก การจัดการ
Warfarin × ขมิ้น/ขิง/กระเทียม ↓ platelet aggregation + CYP2C9 ↑ INR, bleeding หยุดสมุนไพร 7-10 d ก่อนผ่าตัด, monitor INR
Insulin/Sulfonylurea × มะระขี้นก ↑ insulin sensitivity Hypoglycemia ลดยา 25-50%, เช็ก SMBG
ARB/ACEi × ฟ้าทะลายโจร Vasodilation + immune Hypotension BP monitoring
BZD × ขี้เหล็ก GABAergic + hepatotoxic CNS depression + ↑ ALT หลีกเลี่ยงร่วม, monitor LFT
Tamoxifen × ขมิ้น/St. John's wort CYP3A4 induction ↓ tamoxifen efficacy หลีกเลี่ยง
Cyclosporine × St. John's wort CYP3A4 + P-gp induction Graft rejection ห้ามร่วม
Digoxin × ฟ้าทะลายโจร/ขมิ้น P-gp inhibition ↑ digoxin level Monitor level
Methotrexate × ฟ้าทะลายโจร OAT3 transporter ↑ MTX toxicity หลีกเลี่ยง
ตารางครบในภาคผนวก E
11.4 RUCAM Score สำหรับ HILI
เกณฑ์ย่อ RUCAM
หมวด คะแนน
Time to onset +1 ถึง +2
Course after withdrawal +1 ถึง +3
Risk factors (อายุ alc) +1 ถึง +2
Concomitant drugs 0 ถึง −3
Exclusion of other causes −3 ถึง +2
Previous information 0 ถึง +2
Rechallenge −2 ถึง +3
≥6 = probable, ≥8 = highly probable
11.5 ระบบรายงาน HPVC
ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (HPVC) — รับรายงาน HADR ผ่าน "Thai HPVC Form" ทาง www.thaihpvc.fda.moph.go.th หรือ App "หมอพร้อม-HPVC"
CAUTION RED FLAGS
ส่งต่อด่วนเมื่อ: (1) Jaundice + ↑ AST/ALT > 3× ULN (2) AKI ใหม่ในคนใช้สมุนไพร (3) BP < 90/60 ใน ARB+ฟ้าทะลายโจร (4) Hypoglycemia < 55 mg/dL ใน DM (5) GI bleed ใน warfarin
CLINIC — Counseling Tool
ใช้
"3 H Question" ทุกครั้งที่สั่งยาใหม่:
H erb (ทานสมุนไพรอะไร?),
H ow (วิธีและขนาด?),
H ow long (นานเท่าไรแล้ว?) — บันทึกในประวัติยาแบบเดียวกับ OTC
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ลักษณะของลูกกลอนปลอมที่ผสม steroid?
A. เม็ดเล็ก สีเข้มผิดปกติ ไม่มีฉลาก อย./ทบ. ออกฤทธิ์เร็วเกินจริง ผู้ใช้นานมี Cushingoid + adrenal suppression
Q2. RUCAM score เท่าใดที่บ่งชี้ probable hepatotoxicity?
A. ≥6 = probable, ≥8 = highly probable
ภาคที่ 5 หัตถเวชกรรม — นวดและหัตถการ
ศาสตร์ที่ใช้สัมผัสและความร้อนเพื่อปรับสมดุลธาตุ ภาคนี้รวมนวดไทยทั้งสองสายและหัตถการความร้อนหลัก พร้อมข้อบ่งใช้ ข้อห้าม และเกณฑ์ส่งต่อสำหรับทุกหน่วยบริการ
บทที่ 12 นวดไทยและเส้นประธาน 10
คำถามนำ: นวดราชสำนักและเชลยศักดิ์ต่างกันอย่างไร — และเมื่อใดที่ "ห้าม" นวด
หัวใจของบท
นวดไทยมี 2 สายหลัก: ราชสำนัก (กดตรงตามเส้น 10 ใช้นิ้ว/ฝ่ามือ ไม่ใช้ข้อศอก-เข่า) และ เชลยศักดิ์ (กด-ดัด-บิด ใช้ข้อศอก-เข่า ผ่อนแรงร่างกายผู้นวด)
กลไกวิทยาศาสตร์: gate control + descending modulation + vagal stimulation + fascial mechanotransduction
หลักฐาน RCT: ดีในกลุ่ม chronic LBP, tension headache, post-stroke spasticity, primary dysmenorrhea
ข้อห้ามเด็ดขาด: DVT, fracture acute, malignancy at site, severe osteoporosis, bleeding disorder, fever >38.5°C
ผู้ใช้ warfarin/DOAC, anticoagulant ต้องประเมินรายตัว — ไม่ใช่ห้ามทุกคน แต่หลีกเลี่ยง deep tissue
12.1 นวดราชสำนัก vs เชลยศักดิ์
ประเด็น ราชสำนัก เชลยศักดิ์
เครื่องมือ นิ้ว ฝ่ามือ นิ้ว ฝ่ามือ ข้อศอก เข่า
ท่าผู้ป่วย นอนราบ-นั่ง นอน-นั่ง-ยืน-โยก
ลักษณะกด ตรง ตามเส้น 10 กด-ดัด-บิด-ดึง
เป้าหมาย รักษา-ปรับสมดุล คลายเครียด-ผ่อนคลาย
ความปลอดภัย เน้นหลีกเลี่ยงจุดอันตราย เสี่ยงสูงกว่าในผู้สูงอายุ-osteoporosis
การเบิก UC เบิกได้ในข้อบ่งใช้ เบิกได้บางหัตถการ
12.2 ข้อบ่งใช้ที่มีหลักฐาน
ภาวะ หลักฐาน ขนาดและความถี่
Chronic LBP Cochrane review (positive low-mod evidence) 30-60 นาที × 1-2 ครั้ง/wk × 4-8 wks
Tension-type headache RCT in J Bodyw Mov Ther 30 นาที × wk × 4-6 wks
Post-stroke spasticity RCTs in J Med Assoc Thai 45 นาที × 2-3 ครั้ง/wk × 8 wks
Office syndrome RCTs (Thai) 30-60 นาที × wk × 4-6 wks
Primary dysmenorrhea RCT 30 นาทีก่อนรอบ × 3 รอบ
Insomnia (mild) Pilot RCT 45 นาที × 2/wk × 4 wks
12.3 ข้อห้ามและข้อควรระวัง
CONTRAINDICATIONS (ABSOLUTE)
DVT (acute) — กดอาจทำให้เกิด PE
Fracture เฉียบพลัน / ไม่ stable
Severe osteoporosis (T-score < −3.0)
Malignancy ที่ตำแหน่งนวด
Bleeding disorder ไม่ควบคุม / platelet < 50k
Fever > 38.5°C / acute infection
Skin lesion / open wound ที่ตำแหน่งนวด
Acute MI / unstable angina (ภายใน 6 wks)
CAUTION (RELATIVE)
Warfarin/DOAC/heparin — เลี่ยง deep tissue, ตรวจ INR ก่อน
Pregnancy — เลี่ยงท้อง-ก้นกบ-ขาในไตรมาสแรก
Severe HT (BP > 180/110) ที่ไม่ควบคุม
DM with neuropathy — เลี่ยง heat ลึกที่ขา (ดูบท 13)
Joint replacement < 6 เดือน
Pacemaker / ICD — เลี่ยงกดบริเวณอุปกรณ์
12.4 เกณฑ์ส่งต่อจาก MD/PCU ไปนวดไทย
วินิจฉัยและคัดกรอง red flag ของ MSK/neuro pathology
ระบุข้อบ่งใช้ที่ตรงตามหลักฐาน
ตรวจ contraindication 8 ข้อ (12.3)
เขียนใบส่งต่อ: ICD-10 + รหัสหัตถการ + วัตถุประสงค์
นัด follow-up หลัง 4-6 wks
เคส
หญิง 38 ปี สำนักงาน ปวดบ่า-คอ-ปวดศีรษะ 6 เดือน MRI normal — Dx: tension headache + myofascial pain — แผน: นวดราชสำนัก 30 นาที 1×/สัปดาห์ × 6 wks + ergonomics + ฤาษีดัดตน 5 ท่า — ผลที่ 6 wks NPRS 7→2
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ผู้ป่วยใช้ warfarin INR 3.2 นวดได้ไหม?
A. INR > 3 อยู่นอกช่วง therapeutic — ควร hold การนวดลึกจนกว่าจะลด INR สู่ 2-3 / ทำได้แค่ light effleurage
Q2. ความต่างหลักระหว่างราชสำนักและเชลยศักดิ์?
A. ราชสำนักใช้นิ้ว-ฝ่ามือกดตรงตามเส้น 10 เน้นการรักษา; เชลยศักดิ์ใช้ข้อศอก-เข่ากด-ดัด-บิด เน้นผ่อนคลาย
บทที่ 13 หัตถการความร้อน — ประคบ อบไอน้ำ พอกยา ทับหม้อเกลือ
คำถามนำ: ความร้อนสมุนไพรทำงานอย่างไรในร่างกาย และเมื่อใดที่ "ห้าม"
หัวใจของบท
4 หัตถการความร้อน: ลูกประคบ–อบไอน้ำ–พอกยา–ทับหม้อเกลือ
กลไก: vasodilation → ↑ tissue perfusion + ↓ muscle spasm + transdermal absorption ของน้ำมันหอมระเหย
อุณหภูมิเหมาะสม: ลูกประคบ 60-70°C, อบไอน้ำ 45-50°C, ทับหม้อเกลือ 40-50°C ที่ผิว
ข้อห้ามสำคัญ: DM with neuropathy (เสี่ยง burn ที่ผู้ป่วยไม่รู้สึก), impaired skin sensation , open wound , acute inflammation
ทับหม้อเกลือใช้ใน postnatal care เป็นหลัก — มีข้อห้ามเฉพาะ (ดู 13.4 + บท 14)
13.1 ลูกประคบสมุนไพร
หัวข้อ รายละเอียด
ส่วนผสมหลัก ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ ผิวมะกรูด การบูร เกลือ พิมเสน
วิธีนึ่ง นึ่ง 15-20 นาที จนได้กลิ่นและไอ
อุณหภูมิที่ผิว 60-70°C — ใช้ทดสอบบนหลังมือก่อน
เวลาประคบ 15-30 นาทีต่อจุด
ข้อบ่งใช้ MSK pain, post-massage relaxation, dysmenorrhea, post-partum (ดูบท 14)
13.2 อบไอน้ำสมุนไพร (Steam Therapy)
หัวข้อ รายละเอียด
ส่วนผสม ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น ขิง พิมเสน การบูร
อุณหภูมิห้องอบ 45-50°C, ความชื้น 95%+
เวลา 15-20 นาที, ห้ามเกิน 30
ความถี่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์
ข้อบ่งใช้ Allergic rhinitis, chronic bronchitis, MSK pain, postnatal
13.3 พอกยา
วัสดุ ใช้กับ
ดินสอพอง + น้ำมะนาว ผื่นแห้ง คัน
ปูนแดง + น้ำมะนาว เจ็บกล้ามเนื้อเฉียบพลัน
ขมิ้น/ไพลบด + น้ำผึ้ง Bruising, contusion
ใบพลู แผลเรื้อรังเล็กๆ
13.4 ทับหม้อเกลือ (Salt-pot Therapy)
ใช้หม้อเกลือร้อนวางบนผ้ารองที่ท้องน้อย-หลัง-เอว ของหญิงหลังคลอด ช่วยให้มดลูกหดตัวกลับและคลายปวดหลัง
CONTRAINDICATIONS
DM with peripheral neuropathy — burn risk
Impaired skin sensation
Acute inflammation / cellulitis
Hemorrhoid acute
Post-cesarean < 4 wks (ที่แผล)
HT ไม่ controlled / pre-eclampsia
Known allergy ต่อสมุนไพรในตำรับ
13.5 Adverse Events ที่พบบ่อย
Burn 1st-2nd degree — มัก peripheral nerve dysfunction หรืออุณหภูมิเกิน
Allergic contact dermatitis ต่อ การบูร/พิมเสน/ไพล
Heat exhaustion ในห้องอบ — vital sign ก่อน-หลัง
Vagal response / syncope — ตรวจ BP/HR ก่อน
BRIDGE
ความร้อน 40-45°C เพิ่ม blood flow 3-4× ลด muscle spindle activity (ลด spasm) และเพิ่ม pain threshold ผ่าน TRPV1 modulation — กลไกตรงกับ
thermotherapy ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Cochrane review)
CLINIC
ในผู้ป่วย DM ก่อนใช้ความร้อน
monofilament test ที่เท้า: ถ้าไม่รู้สึกที่ 5/10 จุด → ห้ามใช้ความร้อนลึกที่ extremity, ใช้ light warm pad ได้ภายใต้การดูแล
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. เหตุใดทับหม้อเกลือไม่ควรใช้ใน DM neuropathy?
A. Burn risk — ผู้ป่วย neuropathy ไม่รู้สึก temperature → 2nd-degree burn ที่อาจเกิด ulcer และ secondary infection ในผู้ที่ wound healing บกพร่องอยู่แล้ว
Q2. อุณหภูมิเหมาะสมของลูกประคบ?
A. 60-70°C ที่ผิว ทดสอบบนหลังมือผู้ทำก่อน หากร้อนจัดให้ใช้ผ้ารอง
ภาคที่ 6 ผดุงครรภ์ไทย
ศาสตร์การดูแลสตรีรอบการคลอด ภาคนี้รวมการดูแล 3 ระยะ (ครรภ์ คลอด หลังคลอด) ในมุมที่ MD ทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยและ OB/GYN ได้อย่างปลอดภัย
บทที่ 14 ผดุงครรภ์ไทย — ครรภ์ คลอด หลังคลอด
คำถามนำ: อยู่ไฟและทับหม้อเกลือยังจำเป็นไหมในยุคที่มี modern postnatal care
หัวใจของบท
ผดุงครรภ์ไทยดูแล 3 ระยะ : ครรภ์ (อาหาร-สมุนไพร), คลอด (ส่งต่อสู่ระบบสากล), หลังคลอด (อยู่ไฟ-ทับหม้อเกลือ-ประคบ)
"อยู่ไฟ" = controlled thermotherapy + อาหารร้อน + พักผ่อน — ลดอาการ postpartum lochia, uterine cramp, fatigue
สมุนไพร ห้าม ในไตรมาสแรก: emmenagogue, ขิงปริมาณมาก, ฟ้าทะลายโจร (ไตรมาส 1), หญ้าหนวดแมว
การคลอดในยุคนี้: เน้น safe delivery in modern facility + การประยุกต์ภูมิปัญญาไทยในการประคับประคอง
หลังคลอด integration ที่ปลอดภัย: เลือกหัตถการตาม postpartum complication risk และมี OB เป็น primary
14.1 ระยะครรภ์
ไตรมาส หลักไทย หมายเหตุปัจจุบัน
1 (1-13 wk) กินอาหารอ่อน, สมุนไพร ห้าม emmenagogue (ตะลิงปลิง ขมิ้นปริมาณมาก ฟ้าทะลายโจร) Folate + iron, หลีก teratogen
2 (14-27 wk) อาหารบำรุงเลือด (ข้าวต้มเครื่อง ฟักทอง ตำลึง) Iron, calcium, fetal growth scan
3 (28-40 wk) อาหารย่อยง่าย, สมุนไพรขับลม (ขิงน้อย, ตะไคร้) GBS screen, BP monitoring
14.2 สมุนไพรห้ามใช้ในครรภ์
PREGNANCY-CONTRAINDICATED HERBS
ฟ้าทะลายโจร — uterine contraction (ไตรมาส 1)
ขิงปริมาณมาก > 1 g/d — bleeding risk, uterine effect
ขมิ้นปริมาณมาก — emmenagogue
มะระขี้นก — uterine stimulant
หญ้าหนวดแมว — diuretic + electrolyte
ใบยอ — ไม่แนะนำ (data จำกัด)
กระชายดำขนาดสูง — hormonal effect
Senna, มะขามแขก — laxative ที่อาจกระตุ้นมดลูก
14.3 ระยะคลอด
ในยุคปัจจุบันแนะนำคลอดในสถานพยาบาลที่มี emergency obstetric care ทั้งหมด ภูมิปัญญาไทยใช้เป็นการประคับประคอง: นวดเบา-ประคบเบา + birthing position ที่ผู้ป่วยถนัด + การหายใจสมาธิ
14.4 ระยะหลังคลอด — "อยู่ไฟ"
หัตถการ เป้าหมาย เริ่มเมื่อ ระวัง
นั่งถ่าน-อบไอน้ำสมุนไพร ขับเหงื่อ-ทำความสะอาด-ลดน้ำหนัก หลังคลอด normal: 7 d / C/S: 4-6 wks HT, fever, deep wound
ทับหม้อเกลือ มดลูกหดกลับ ลดปวดหลัง หลังคลอด normal: 5-7 d C/S, HT, hemorrhoid acute
ลูกประคบ คลายเมื่อยล้า หลังคลอด 3 d Burn risk, cellulitis
นวดเต้านม ลด engorgement กระตุ้นน้ำนม เริ่มได้ทันที Mastitis acute (ห้ามแรง)
อาหารอยู่ไฟ ฟื้นฟู ขับเหงื่อ 3-7 d Salt overload ใน HT
ยาบำรุงน้ำนม เพิ่ม supply หลังให้นมเริ่มสำเร็จ Galactogogue interaction
14.5 ข้อห้ามและความเสี่ยงรวม
RED FLAGS ใน Postpartum Integrative Care
Postpartum hemorrhage (PPH) — ห้ามทุกหัตถการ
Pre-eclampsia/eclampsia — ห้ามอบไอน้ำ-ทับหม้อเกลือ (heat ↑ BP)
Mastitis with abscess — ห้ามนวดเต้านม
DVT history หรือ Caprini score สูง — ห้ามนวดขา
C-section < 4 wks — ห้ามทับหม้อเกลือบริเวณแผล
Postpartum depression รุนแรง — ส่งต่อจิตเวชก่อน
BRIDGE
"อยู่ไฟ" = controlled thermotherapy + caloric replenishment + extended rest — สอดคล้องกับ
postpartum care guidelines ของ WHO ที่เน้น rest, hydration, social support และ thermoregulation
CLINIC
แนะนำผู้ป่วยที่ต้องการ "อยู่ไฟ": (1) ทำในศูนย์มาตรฐาน (2) แพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียน (3) มี vital sign monitoring (4) ให้ OB ตรวจประเมิน 6-week postpartum visit ก่อนเริ่มหัตถการเชิงลึก
เคส
หญิง 28 ปี G1P1 คลอดปกติ 7 d ago อยากอยู่ไฟแบบ traditional — ก่อนแนะนำ ตรวจ: BP 130/85, no fever, no DVT signs, EBM continuing — แนะนำ: ลูกประคบเริ่มได้, ทับหม้อเกลือเริ่มได้แต่ระวังถ้า lochia rubra ยังเยอะ, อบไอน้ำเริ่ม 14 d, follow-up 2 wks
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. สมุนไพรห้ามใช้ในไตรมาสแรกของครรภ์ ?
A. ฟ้าทะลายโจร, ขิงปริมาณมาก, ขมิ้นปริมาณมาก, มะระขี้นก, มะขามแขก, senna — กลุ่ม emmenagogue + uterine stimulant + laxative ที่กระตุ้นมดลูก
Q2. หญิง C-section 1 wk ago ขอทับหม้อเกลือ ตอบอย่างไร?
A. รอ 4-6 wks หลังผ่าตัด เพื่อให้แผลหายและตรวจสอบไม่มี wound infection / dehiscence ก่อน
ภาคที่ 7 ปกติวิถี — วิถีไทยเพื่อสุขภาพ
ปกติวิถีคือศาสตร์ของการ "ป้องกัน" — เป็นแกนของ lifestyle medicine ในกรอบไทย ครอบคลุมอาหาร การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิตประจำวัน
บทที่ 15 อาหารเป็นยา และอาหารตามธาตุ
คำถามนำ: หลัก "อาหารเป็นยา" ของแพทย์แผนไทยต่างจาก nutrition ของแผนปัจจุบันอย่างไร
หัวใจของบท
หลักไทย: "กินตามธาตุ-ตามฤดู-ตามวัย-ครบ 9 รส" — เน้น personalization และ seasonal cycling
อาหารไทยพื้นบ้านส่วนใหญ่ anti-inflammatory + microbiome-friendly โดยธรรมชาติ (สมุนไพร, อาหารหมัก, ผัก-เครื่องแกง)
"ธาตุ-อาหาร mismatch" → ปัญหา NCDs เช่น ธาตุไฟทานเผ็ด-เค็มเกิน → HT, GERD
หลักการ time-restricted eating ตรงกับ "อย่ากินดึก" ในปกติวิถี (NEJM TRE trials)
เครื่องมือคลินิก: "24-hr diet recall + ตรีโทษ (V/P/K)" ทำให้ counseling แม่นกว่า DASH/Mediterranean ทั่วไป
15.1 อาหารตามตรีโทษ (Vata–Pitta–Kapha)
ตรีโทษเด่น ควรเน้น ควรเลี่ยง
วาตะ (V) อาหารอุ่น-มัน-สม่ำเสมอ, รสเผ็ดร้อน-เค็ม-เปรี้ยว, ข้าวต้ม-แกงกะทิอ่อน, ขิง-พริกไทย ของเย็นจัด, ของแห้ง (popcorn, ขนมแห้ง), อดอาหาร, กินไม่เป็นเวลา
ปิตตะ (P) อาหารเย็น-อ่อน, รสหวาน-ขม-ฝาด-หอมเย็น, ผัก-ผลไม้, น้ำสมุนไพรเย็น (ใบบัวบก กระเจี๊ยบ) เผ็ดจัด-เค็มจัด-เปรี้ยวจัด, alcohol, caffeine มาก, ของทอด, น้ำมันเดือด
เสมหะ (K) อาหารอุ่น-เบา-แห้ง, รสเผ็ดร้อน-ขม-ฝาด, ผัก, ขิง-ขมิ้น, time-restricted eating ของเย็น-มัน-หวาน, นม-โยเกิร์ต, อาหารทอด, น้ำหวาน
15.2 อาหารตามฤดู
ฤดู ลักษณะ อาหารแนะนำ
ร้อน (มี.ค.-พ.ค.) ไฟกำเริบ → ขาดน้ำ ผด รสหวาน-เปรี้ยว, น้ำสมุนไพรเย็น (อัญชัน ตะไคร้ มะตูม)
ฝน (มิ.ย.-ต.ค.) น้ำกำเริบ → เสมหะ flu รสเผ็ดร้อน-ขม, แกงเลียง ต้มยำ ขิง
หนาว (พ.ย.-ก.พ.) ลมกำเริบ-ดินกำเริบ รสเค็ม-มัน, อาหารอุ่น (ต้มจืด แกงส้ม)
15.3 อาหารไทยที่เป็น "ยา" โดยธรรมชาติ
เมนู สมุนไพร-เครื่องแกง ฤทธิ์
ต้มยำ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริก Anti-inflammatory + antimicrobial + digestive
แกงเลียง พริกไทย หอม ตะไคร้ + ผักรวม Galactogogue + warming + nutrient-dense
น้ำพริก กระเทียม พริก หอมแดง กะปิ Allicin + capsaicin + microbiome support
ส้มตำ มะละกอ มะนาว พริก Probiotic-friendly, digestive
ข้าวต้มเครื่อง ขิง ต้นหอม กระเทียม Easy digest + warming
ผัดผักรวม กระเทียม + ผักหลายชนิด Polyphenols + fiber
15.4 หลักการคลินิก
Plate method ไทย ตามตรีโทษ: ½ ผัก ¼ โปรตีน (ปลาเป็นหลัก) ¼ ข้าว/แป้งไม่ขัดสี + เครื่องแกงสมุนไพรขับลม
Time-restricted eating: 12 hr window เริ่มต้น, 10 hr/8 hr ในผู้ที่ NCDs
Hydration: น้ำเปล่าอุ่น 1.5-2 L (ลด iced beverage ในธาตุน้ำ-ดิน)
Eat-drink-think-stop: ฟัง gut feeling ก่อน lab — แต่ใช้ lab ยืนยัน
BRIDGE
อาหารตามตรีโทษ =
personalized nutrition based on prakriti (constitution) + chronotype | อาหารตามฤดู =
seasonal diet shift สอดคล้องกับ shift ใน gut microbiome (Smits et al.
Cell 2017) | TRE =
chrononutrition
CLINIC
ใน DM/HT/dyslipidemia counseling เริ่มจาก: (1) ประเมินตรีโทษเด่น (V/P/K) แล้วชี้อาหาร 3 อย่างที่ควร "ลด" + 3 อย่างที่ควร "เพิ่ม" (2) ปรับ window time eating (3) เพิ่ม anti-inflammatory herbs (ขมิ้น 500 mg, ขิง 1 g) เป็น adjunct
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. ทำไมธาตุไฟไม่ควรกินเผ็ด-เค็มจัด?
A. ไฟกำเริบทำให้เกิด HT, GERD, oxidative stress; เผ็ด-เค็มเพิ่ม sympathetic + Na retention → ↑ BP + ↑ acid secretion ตรงตามทฤษฎี
บทที่ 16 ฤาษีดัดตน สมาธิ และการดำเนินชีวิตประจำวัน
คำถามนำ: ฤาษีดัดตนเป็น "yoga ไทย" หรือเป็นมากกว่านั้น
หัวใจของบท
ฤาษีดัดตน = exercise system 80+ ท่า รวม stretching + isometric + breathing — รากเดียวกับ yoga แต่พัฒนาในวัฒนธรรมไทย
15 ท่าที่ใช้บ่อยใน OPD ครอบคลุม: คอ-บ่า-หลัง-เข่า-สมาธิ — ใช้ทุกวันหรือก่อน/หลังนวด
อานาปานสติ-สมาธิ มีหลักฐาน RCT ใน depression, anxiety, chronic pain, insomnia, HT
"ดำเนินชีวิตประจำวัน" = กิจวัตร 24 ชม. ใน 7 จังหวะ: ตื่น-อาบน้ำ-อาหารเช้า-ทำงาน-เที่ยง-เย็น-นอน
การออกแบบ "ชั่วโมงแห่งวิถี" ในคลินิก: 5 นาที สอน 2 ท่าฤาษี + 1 นาทีสมาธิ ก่อนสั่งยา
16.1 ฤาษีดัดตน 15 ท่าที่ใช้บ่อย (สรุป)
ท่า เป้าหมาย เทียบ Yoga
1. ดัดคอ-บ่า คลายคอ-บ่า Neck stretches
2. ยืดสะบัก คลาย scapula Eagle arms variation
3. ก้มหลัง ยืด hamstring + lumbar Forward fold
4. หลังพับ เปิด chest Cobra/Cat-cow
5. บิดตัว เปิด spine torsion Seated spinal twist
6. ดัดข้าง ยืดข้างลำตัว Side bend
7. งอเข่า คลายเข่า Knee-to-chest
8. ยืดน่อง คลาย gastrocnemius Calf stretch
9. ฤาษีพิงกัน คลาย hip + groin Bound angle
10. นั่งเข่าเดียว คลาย gluteus Pigeon
11. ดัดแขน-นิ้ว คลาย wrist-finger Wrist circle
12. ลมในเส้น การหายใจลึก-ขับลม Pranayama
13. นั่งสมาธิ สงบจิต Seated meditation
14. นอนผ่อนคลาย ฟื้นฟู Savasana
15. เดินจงกรม walking meditation + balance Walking meditation
ภาพประกอบและคำอธิบาย step-by-step ดูภาคผนวก G
16.2 สมาธิและอานาปานสติ
เทคนิค เป้าหมาย ขนาด-เวลา
อานาปานสติ (breath focus) คลายความเครียด-anxiety 10-20 นาที × วัน
เมตตาภาวนา เพิ่ม positive affect 10 นาที × วัน
วิปัสสนาเดินจงกรม balance + mindfulness 15-30 นาที × วัน
Body scan chronic pain modulation 20 นาที × วัน
16.3 กิจวัตร 24 ชม.แบบไทย — Ideal Day
05.30 ตื่น + ดื่มน้ำอุ่น + ฤาษี 5 ท่า
06.00 ขับถ่าย + อาบน้ำ
07.00 อาหารเช้า (มื้อหลัก)
12.00 อาหารกลางวัน
13.00 พักงีบ 15 นาที (ถ้าได้)
17.00 ออกกำลังกาย / เดิน
18.30 อาหารเย็น (มื้อเล็ก)
20.00 สมาธิ 15 นาที
21.30 เข้านอน
BRIDGE
ฤาษีดัดตนรวม
flexibility + strength + breath + balance + mindfulness — ตรงกับ "exercise prescription" ของ ACSM ที่แนะนำ aerobic + resistance + flexibility + balance รายสัปดาห์ | สมาธิ 8 wks → ↓ amygdala reactivity, ↑ prefrontal control (Lazar 2005, Hölzel 2011)
CLINIC — 5-Min Wellness Prescription
ในการพบทุก follow-up visit เพิ่ม 5 นาที: (1) สอน 1-2 ท่าฤาษีที่ตรงกับปัญหา (2) อานาปานสติ 1 นาที (3) ตั้งเป้าทำที่บ้าน 10 นาที/วัน — เป็น
behavioral activation ที่ติดผู้ป่วย
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. หลักฐานของสมาธิใน chronic pain คืออะไร?
A. Mindfulness-Based Stress Reduction (MBSR) RCT แสดงลด pain catastrophizing + ↓ analgesic use; กลไกคือลด default mode network reactivity และเพิ่ม descending modulation
ภาคที่ 8 การประยุกต์ในเวชปฏิบัติ
นำองค์ความรู้ภาค 1–7 มาใช้กับสถานการณ์จริง — co-management ในโรคพบบ่อย, การดูแลตนเองและครอบครัว, และแผนผังตัดสินใจสำหรับทีมสหวิชาชีพ
บทที่ 17 Co-management ในกลุ่มโรคที่พบบ่อย
คำถามนำ: ใน DM, HT, OA, migraine, GERD, insomnia — แพทย์แผนปัจจุบันร่วมงานกับแพทย์แผนไทยอย่างไรให้ปลอดภัยและมีหลักฐาน
หัวใจของบท
กรอบ co-management 4 ขั้น: diagnosis → risk-stratify → integrate → monitor
โรคที่มีหลักฐาน Level B+ ในการ integrate: chronic LBP, OA, tension headache, primary dysmenorrhea, allergic rhinitis, IBS, mild insomnia, post-stroke spasticity, mild-moderate DM/HT
การตัดสินใจ "ใส่หรือไม่ใส่ TTM": ผู้ป่วยปลอดภัยอยู่แล้วใน standard care + ต้องการลด polypharmacy + ไม่มี contraindication
Documentation: ใส่ "TTM intervention" + ICD + รหัสหัตถการ + outcome measure
Outcome: ใช้ standard scale (NPRS, ODI, K10, PHQ-9, ESS, AC-Q, CAS) + วิถีติดตามแบบไทย
17.1 กรอบ Co-management 4 ขั้น
1. DIAGNOSIS → คัดกรอง red flag, วินิจฉัยเดิม + เพิ่มกรอบ TTM (สมุฏฐาน + ธาตุ + คัมภีร์)
2. RISK-STRATIFY → low/moderate/high risk → เลือก intervention TTM ที่ปลอดภัย
3. INTEGRATE → standard care + TTM (lifestyle ก่อน, สมุนไพร/หัตถการ ตาม)
4. MONITOR → ใช้ outcome scale + lab + ติดตาม drug-herb interaction
17.2 Playbook 8 โรคพบบ่อย
1) Hypertension (Stage I-II)
Modern ARB/ACEi/CCB/Thiazide ตาม stage + lifestyle
TTM กระเจี๊ยบ (1.5-2 g/d), ขมิ้น (500 mg bid), DASH-thai pattern + อยู่นิ่ง-สมาธิ 15 นาที
Caution กระเจี๊ยบ × diuretic → hypokalemia / ฟ้าทะลายโจร × ARB → hypotension
Outcome BP < 130/80, HR variability, K, Cr
2) Type 2 Diabetes (mild-moderate)
Modern Metformin + lifestyle ± SGLT2/GLP-1
TTM มะระขี้นก (1-2 g/d), ขมิ้น, อบเชย, plant-predominant Thai diet, ฤาษีดัดตน + เดินจงกรม
Caution Hypoglycemia ใน insulin/SU + มะระ → ปรับ dose
Outcome HbA1c ≤ 7%, FPG, weight, vitamin B12
3) Knee Osteoarthritis
Modern Acetaminophen + topical NSAID ± Glucosamine + PT
TTM เพชรสังฆาต (500 mg tid), ลูกประคบ + นวดราชสำนัก สัปดาห์ละ 1, ฤาษีดัดตน
Caution Heat × peripheral neuropathy / ขมิ้น ↑ INR ใน warfarin
Outcome NPRS, WOMAC, range of motion
4) Tension-type Headache / Migraine
Modern Acetaminophen / Triptan PRN + propranolol ± topiramate prophylaxis
TTM นวดราชสำนัก (คอ-บ่า), อบไอน้ำ, ฤาษีดัดตน, ขิง 1 g PRN ในไมเกรน
Caution Severe HT during acute migraine → ห้ามนวดลึก
Outcome HIT-6, HALT-30, attack frequency, MIDAS
5) GERD / Functional Dyspepsia
Modern PPI 4-8 wks → step-down, lifestyle
TTM ขมิ้นชัน 500 mg PC tid, time-restricted eating, ตำรับธาตุบรรจบ, ลดเผ็ด-คาเฟอีน-นอนดึก
Caution ขมิ้น × warfarin / Hepatic dysfunction → monitor LFT
Outcome GERDQ score, weight, GI bleed sign
6) Allergic Rhinitis
Modern Intranasal steroid + 2nd-gen antihistamine ± immunotherapy
TTM ฟ้าทะลายโจร 1.5-3 g x 5 d ในช่วง flare, อบไอน้ำสมุนไพร, neti-pot, หลีก allergen
Caution ฟ้าทะลายโจร: hepatotoxic ในระยะนาน, allergic, hypotension / pregnancy contra
Outcome SNOT-22, days with symptoms
7) Mild-moderate Insomnia
Modern CBT-I → short-term Z-drug/melatonin agonist
TTM ขี้เหล็ก (3-5 g HS) ระยะสั้น, อบไอน้ำเย็น, สมาธิ-อานาปานสติ, ลด screen + caffeine
Caution ขี้เหล็ก hepatotoxic (ใช้ < 2 wks, monitor LFT) / ห้ามคู่ BZD
Outcome ISI, sleep diary, PSQI
8) Primary Dysmenorrhea
Modern NSAID PRN ± COC
TTM ขิง 750-2000 mg/d × 3 d ก่อน-ระหว่างรอบ, ลูกประคบท้องน้อย, ฤาษีดัดตนเอนกาย
Caution ขิง × anticoagulant / ตรวจ secondary causes ก่อน
Outcome VAS, SF-MPQ, work productivity
BRIDGE
แนวคิด
"integrative medicine" ของ Andrew Weil + WHO Traditional Medicine Strategy 2014–2023 → 2025-2034 สนับสนุน evidence-informed integration — ไม่ใช่ "alternative" แต่เป็น "ส่วนเสริม" ของระบบหลัก
CLINIC — DECISION RULE 3-2-1
3 คำถาม ก่อน integrate TTM: (1) มี contraindication ไหม? (2) มี drug-herb interaction กับยาเดิมไหม? (3) มี outcome measure ที่จะใช้ติดตามไหม? —
2 ข้อมูล : ICD + TTM code, ขนาด-วิธี-ระยะเวลา-เงื่อนไขหยุด —
1 follow-up ภายใน 4-6 wks
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. หญิง 55 ปี HT + warfarin INR 2.5, OA เข่า — ขอ "ขมิ้นกับนวด" จัดการอย่างไร?
A. ขมิ้น × warfarin → bleeding risk. แทนด้วยเพชรสังฆาตซึ่ง interaction น้อยกว่า + ลูกประคบเบา/light effleurage แทนนวดลึก + ตรวจ INR หลังเริ่ม 1 wk
บทที่ 18 การดูแลตนเองและครอบครัว + แผนผังตัดสินใจ
คำถามนำ: เมื่อไรควร "ดูแลเอง" เมื่อไรควร "ส่ง รพ.สต./คลินิก" เมื่อไรควร "ส่ง รพ./ER"
หัวใจของบท
3-tier triage: Self-care → Primary care → Hospital/ER
Family medicine cabinet ไทย: ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 16 ขนาน + 6 ตำรับมาตรฐาน
Red flags ที่ต้องส่งต่อทันที: "FFAST + GCS" (Fever>39 + Faint + Acute pain + Shortness + Trauma + GCS drop)
เครื่องมือ "คู่มือสุขภาพครอบครัว" ที่ MD แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ที่บ้าน
Health literacy: ใช้ภาษาไทยใกล้ชาวบ้าน + พิคโตแกรม + QR code → online resource
18.1 Decision Tree — เมื่อไรไปไหน
อาการเจ็บ/ป่วย
│
├─ Red flag? (FFAST+GCS) ─── YES ──► ส่ง ER ทันที
│ │
│ NO
▼
อายุ < 1 ปี / > 70 ปี / pregnancy / immunocompromised?
│
├─ YES ──► รพ.สต. / OPD เร็วสุด
│
NO
▼
ดูแลเองได้ปลอดภัย? (มีตู้ยาที่บ้าน, ไม่มี Rx contra)
│
├─ YES ──► Self-care + ติดตาม 48 hr; ถ้าไม่ดี → รพ.สต.
│
NO ──► รพ.สต./คลินิก
18.2 Red Flags — FFAST + GCS
F Fever > 39°C, neonate > 38°C any height
F Faint / syncope / vertigo รุนแรง
A Acute severe pain (chest, abdomen, head — "ปวดที่สุดในชีวิต")
S Shortness of breath / cyanosis / tachypnea
T Trauma สำคัญ / bleeding ไม่หยุด
GCS เปลี่ยนระดับสติ / สับสน / ซึม / ชัก
18.3 ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ — Family Cabinet
ยา ใช้เมื่อ ขนาด
ยาหอม วิงเวียน เป็นลม 1 ช้อนชา ใต้ลิ้น
ยาเขียว ไข้ ผด ผื่น 500-1000 mg ในเด็กตามอายุ
ยาธาตุน้ำขาว ท้องเสีย-ปวดท้อง 15-30 mL
ยาธาตุน้ำแดง ท้องอืด-ขับลม 15-30 mL
ยาแก้ไอน้ำดำ ไอ-เสมหะ 15 mL bid-tid
ยาประสะกะเพรา ท้องอืด-ปวดท้องเด็ก 1-2 g
ลูกประคบสำเร็จ ปวดเมื่อย 15-20 นาที
ยาดมสมุนไพร วิงเวียน คัดจมูก PRN
รายการเต็ม 16 ขนาน + ขนาดสำหรับเด็ก ดูภาคผนวก D
18.4 Family-level Self-care Tips
ครัวเป็น "ตู้ยา": ขมิ้น ขิง พริกไทย ตะไคร้ ใบมะกรูด — ใช้ทำอาหารและสมุนไพรเบื้องต้น
ปลูก 5 สมุนไพรครัวเรือน: ขมิ้น ฟ้าทะลายโจร ขิง ตะไคร้ ว่านหางจระเข้
เก็บยาสามัญประจำบ้าน 6 ขนาน + แผ่นพับ "เมื่อไรไป รพ."
ฝึกฤาษีดัดตน 5 ท่าใน 5 นาทีตอนเช้า — ทั้งครอบครัว
CLINIC — Health Coaching Bundle
ในการพบครั้งแรกของ NCD ให้
3 อย่าง : (1) แผ่นพับ Red Flags FFAST + GCS (2) รายการยาสามัญประจำบ้าน 6 ขนานสำหรับ family cabinet (3) QR code → ภาพและวิดีโอฤาษีดัดตน 15 ท่า + อาหารตามธาตุ — ใช้เวลา 5 นาที แต่เพิ่ม self-efficacy
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. เด็ก 9 เดือน ไข้ 38.5°C ร้องกวน ดูดนมได้ — Self-care หรือส่งต่อ?
A. เด็ก < 1 ปี = ความเสี่ยงสูง — ตามแผนผัง 18.1 ส่ง รพ.สต./OPD เร็วสุด แม้อาการดูเบา; วัด vital sign + คัด R/O serious infection
ภาคผนวก D: ยาสามัญประจำบ้าน 16 ขนาน
ภาคผนวก I: แผนผังตัดสินใจ "ดูแลเอง vs ส่ง รพ.สต. vs ส่ง รพ."
ภาคที่ 9 ระบบ จริยธรรม กฎหมาย และการสื่อสาร
การทำงานข้ามระบบต้องเข้าใจกรอบกฎหมาย จริยธรรมวิชาชีพ และวิธีสื่อสารกับผู้ป่วย-ทีมสหวิชาชีพ-แพทย์แผนไทย-หมอพื้นบ้าน
บทที่ 19 กฎหมาย จริยธรรม การสื่อสาร และระบบบันทึก
คำถามนำ: เมื่อ MD แนะนำสมุนไพรหรือสั่งหัตถการแพทย์แผนไทย อยู่ในขอบเขตวิชาชีพหรือไม่
หัวใจของบท
พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 + พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562 + ประกาศกรมการแพทย์แผนไทย เป็น 3 เสาหลัก
MD สั่งใช้ ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักได้ แต่ ไม่ใช่ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนไทย ดังนั้นไม่ทำหัตถการเอง — ส่งต่อให้แพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียน
Informed consent สำหรับ TTM ควรมี: ทางเลือก, evidence base, ความเสี่ยง, ค่าใช้จ่าย, สิทธิเลือกปฏิเสธ
Cultural humility : เคารพความเชื่อ "หมอพื้นบ้าน-หมอเป่า" โดยไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสรับการรักษาที่จำเป็น
การสื่อสาร "3 ภาษา" : ภาษาผู้ป่วย, ภาษาแพทย์แผนไทย, ภาษาแผนปัจจุบัน — MD เป็น translator
19.1 กรอบกฎหมายไทย — ที่ MD ต้องรู้
กฎหมาย สาระสำคัญ
พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพ ขอบเขต และจริยธรรม
พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562 กำกับการผลิต ขึ้นทะเบียน และโฆษณายาสมุนไพร
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข — บัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพร ยาที่เบิก UC ได้
ประกาศกรมการแพทย์แผนไทย — รหัสมาตรฐาน + หัตถการที่เบิกได้ การบันทึกและเบิกในระบบ HIS
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 (PDPA) การเก็บข้อมูลผู้ป่วย รวมข้อมูลใน TTM record
19.2 ขอบเขตวิชาชีพ MD ↔ แพทย์แผนไทย
กิจกรรม MD ทำได้ หมายเหตุ
สั่งสมุนไพรในบัญชียาหลัก ✅ ตามข้อบ่งใช้ + ขนาดมาตรฐาน
สั่งหัตถการนวด/ประคบ/อบไอน้ำ ✅ (สั่ง) ดำเนินการโดยแพทย์แผนไทย/ผู้ช่วยที่ขึ้นทะเบียน
ทำหัตถการนวดเอง ❌ เกินขอบเขตวิชาชีพ
วินิจฉัยและสั่งยาตามคัมภีร์ที่ไม่อยู่ในมาตรฐาน ⚠️ ต้องปรึกษาแพทย์แผนไทย
แนะนำปกติวิถี-ฤาษีดัดตน-สมาธิ ✅ เป็น lifestyle counseling
เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรที่ไม่ขึ้นทะเบียน ❌ ผิดกฎหมาย
19.3 Informed Consent สำหรับ TTM
เปิด checklist 7 ข้อ
วินิจฉัยและทางเลือก (รวมไม่ทำอะไร)
หลักฐานที่มีของ intervention
ผลที่คาดหวัง
ความเสี่ยง / ผลข้างเคียง / drug-herb interaction
ค่าใช้จ่าย / สิทธิเบิก
ระยะเวลาและการติดตาม
สิทธิเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธ
19.4 จริยธรรม — Cultural Humility
เคารพความเชื่อของผู้ป่วยและครอบครัว
ไม่ดูถูก "หมอพื้นบ้าน" — ใช้ collaborative tone
ป้องกันไม่ให้ TTM ทดแทนการรักษาที่จำเป็น (เช่น chemo, antibiotics ใน sepsis)
ระบุชัดเมื่อ TTM ขัดต่อ best practice — ใช้ shared decision-making
หลีกเลี่ยง conflict of interest (สั่งยา/หัตถการในคลินิกตนเองเป็นหลัก)
19.5 การสื่อสาร 3 ภาษา
เมื่อพูดกับ ใช้ภาษา ตัวอย่าง
ผู้ป่วย ภาษาบ้าน-เปรียบเทียบ "ความดันเหมือนน้ำในท่อ ถ้าแรงไป ท่อพัง"
แพทย์แผนไทย ศัพท์ไทยร่วม + บอก ICD ด้วย "ลมปะกัง / G43 migraine"
เพื่อน MD ศัพท์เทคนิค "Tension-type headache + cervical myofascial pain"
เภสัชกร เน้น drug-herb "ขมิ้น 500 mg PC tid + warfarin INR target 2-3"
19.6 ระบบบันทึก HIS
ใน HOSxP/JHCIS เพิ่ม fields: (1) ICD-10/11 + TM code, (2) สมุฏฐานหลัก (เลือก 1-2 จาก 6), (3) ธาตุเด่น (1 จาก 4), (4) คัมภีร์ที่อ้างอิง, (5) TTM intervention plan
CLINIC — One-Liner Documentation
ในใบ progress note เพิ่ม 1 บรรทัด:
"TTM: [ธาตุ] เด่น, สมุฏฐาน [_], แผน [สมุนไพร/หัตถการ/วิถี] นัด FU [_]" — สั้น แต่บอกเรื่องครบ
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. แพทย์ MD เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้ไหม?
A. ไม่ได้ — ผิด พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562 และเสี่ยงข้อหาในแง่จริยธรรมแพทยสภา; ใช้เฉพาะยาที่ขึ้นทะเบียน อย. หรือในบัญชียาหลัก
Q. MD ต้องเรียนนวดไทยก่อนสั่งหัตถการนวดได้ไหม?
A. ไม่จำเป็น — MD สั่ง ได้ตามวินิจฉัยและข้อบ่งใช้ แต่ ดำเนินการ โดยแพทย์แผนไทย/ผู้ช่วยที่ขึ้นทะเบียน
ภาคผนวก
ภาคผนวก A — คัมภีร์การแพทย์แผนไทยสำคัญ
คัมภีร์ เนื้อหาหลัก เทียบ specialty
ตักศิลา ไข้ 26 ประเภท: ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้สันนิบาต ไข้ทรพิษ ฯลฯ Infectious dz / FUO
ธาตุวิภังค์ ธาตุพิการ 4 ธาตุ พร้อมอาการและยา General medicine / syndromology
กษัย 26 จำพวกของโรคเรื้อรัง ผอม ซูบ Chronic wasting / NCD
มุขโรค โรคในช่องปาก-ลำคอ Oral medicine / ENT
อภัยสันตา ตา การวินิจฉัยและรักษา Ophthalmology
มหาโชตรัตน์ โรคสตรี มดลูก ระดู Gynecology
ชวดาร โรคสตรี ครอบคลุมการคลอด Obstetrics
ปฐมจินดา สตรีและเด็กเล็ก OB + Pediatrics
โรคนิทาน สาเหตุของโรคและสมุฏฐาน Pathophysiology
กระษัยกล่อน ทางเดินปัสสาวะ-ระบบสืบพันธุ์ชาย Urology / Andrology
เวชศึกษา การฝึกหัดและจริยธรรมแพทย์ Medical education / ethics
นวดวัดโพธิ์ เส้นประธาน 10 และนวดราชสำนัก Manual therapy
ศิลาจารึกวัดราชโอรส ตำรับยาและการปรุง Pharmacy
ฉันทศาสตร์ การจัดเรียงโรคและตำราโดยลำดับ Nosology
ภาคผนวก B — ตารางสมุนไพร 30 ชนิดในครัวเรือน
# ชื่อ ส่วนใช้ รส ฤทธิ์ / ใช้ ขนาด ระวัง
1 ขมิ้นชัน เหง้า เผ็ด-ขม Anti-inflam, dyspepsia 500 mg PC tid Warfarin, gallstone
2 ขิง เหง้า เผ็ดร้อน Antiemetic, ขับลม 1-2 g/d Anticoagulant
3 ฟ้าทะลายโจร ทั้งต้น ขม เจ็บคอ ไข้ อักเสบ 1.5-3 g/d × 5 d Pregnancy 1st T, ARB
4 กระชายดำ เหง้า เผ็ดร้อน บำรุง vasodilation 500 mg-1 g/d Hypotension
5 มะระขี้นก ผล/ใบ ขมจัด Hypoglycemia adjunct 1-2 g/d Insulin/SU
6 ตะไคร้ ลำต้น เผ็ดร้อน ขับลม antispasmodic 3-5 g ต้ม —
7 ใบมะกรูด ใบ-ผิวผล หอม-เผ็ด Carminative, aromatherapy ในอาหาร —
8 ข่า เหง้า เผ็ดร้อน Antifungal, ขับลม 3-5 g —
9 กระเทียม หัว เผ็ดร้อน Allicin, BP, lipid 2-4 g/d Anticoagulant, GI
10 หอมแดง หัว เผ็ด ลดน้ำมูก คัดจมูก ในอาหาร —
11 กะเพรา ใบ เผ็ดร้อน ขับลม-ลดเครียด 5-10 g สด Pregnancy: เลี่ยงปริมาณมาก
12 โหระพา ใบ หอม Carminative ในอาหาร —
13 ตำลึง ใบ เย็น Hypoglycemic, cooling 50-100 g สด —
14 ขี้เหล็ก ใบ-ดอก ขม Mild sedative 3-5 g HS Hepatotoxic, < 2 wks
15 ดอกขี้เหล็ก ดอก ขม Sedative 3-5 g HS Hepatotoxic
16 มะแว้งเครือ ผล ขม แก้ไอ ขับเสมหะ 3-6 g/d —
17 มะแว้งต้น ผล ขม แก้ไอ 3-6 g/d —
18 เพชรสังฆาต เถา เปรี้ยว-ฝาด Hemorrhoid, fracture 500 mg-1 g tid GI, K-sparing
19 ว่านหางจระเข้ วุ้น เย็น Burns, GI healing 50-100 g Latex laxative effect
20 มะนาว ผล-ใบ เปรี้ยว Vitamin C, ขับเสมหะ 1-2 ผล/d —
21 มะขามเปียก ผล เปรี้ยว Mild laxative 10-20 g —
22 กระเจี๊ยบแดง กลีบดอก เปรี้ยว ↓ BP, mild diuretic 1.5-2 g/d K, BP < 90
23 หญ้าหนวดแมว ทั้งต้น หวานจืด Diuretic, นิ่ว 3-5 g/d ต้ม Pregnancy, K disturbance
24 บอระเพ็ด เถา ขม Antipyretic, immunomod 2-3 g/d Pregnancy
25 บัวบก ทั้งต้น ฝาด-หวาน Wound healing, anxiolytic 10-15 g สด Hepatic dz
26 ใบยอ ใบ ขม Anti-inflam, traditional 5-10 g สด Pregnancy, K dz
27 ชะพลู ใบ เผ็ด Carminative, antioxidant 5-10 g Calcium oxalate (renal stone)
28 ดอกอัญชัน ดอก หอมเย็น Antioxidant, eyestrain 3-5 g —
29 มะตูม ผล หอม-ฝาด Antidiarrheal, cooling 5-10 g —
30 กระชาย เหง้า เผ็ด-ขม Anti-viral, ขับลม 3-5 g Hormonal effect
ภาคผนวก C — ตำรับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ (เลือกที่ใช้บ่อย)
ตำรับ ส่วนประกอบหลัก ข้อบ่งใช้ ขนาด
ห้าราก (เบญจโลกวิเชียร) ราก 5 ชนิด: ย่านาง ชิงชี่ ท้าวยายม่อม เท้ายายม่อม มะเดื่ออุทุมพร ลดไข้ 1 g tid
ตรีผลา สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม Antioxidant, regular 500 mg-1 g/d
ตรีกฎุก ขิง พริกไทย ดีปลี Carminative, ↑ BA 500 mg-1 g
ธาตุบรรจบ ขิง สมอไทย ขมิ้นชัน + อื่น Functional dyspepsia 1 g tid
ประสะมะแว้ง มะแว้ง 2 ชนิด + เกลือ ไอ-เสมหะ 500 mg-1 g
ยาหอมเทพจิตร ตำรับยาหอมหลายตัว วิงเวียน-ใจสั่น 1 ช้อนชา
ยาหอมนวโกฐ โกฐ 9 ชนิด ไข้ คลื่นไส้ 1 ช้อนชา
ยาเขียวหอม สมุนไพรเย็น-หอม ไข้ ผด ผื่น 500 mg-1 g
ยาประสะกะเพรา กะเพรา + อื่น ท้องอืดเด็ก 1-2 g (เด็กตามวัย)
ยาเหลืองปิดสมุทร ขมิ้น + อื่น ท้องเสีย 1 g tid
ยาธาตุน้ำขาว ตำรับน้ำมัน-สมุนไพร ปวดท้อง-ท้องเสีย 15-30 mL
ยาธาตุน้ำแดง ตำรับสมุนไพรร้อน ท้องอืด-ขับลม 15-30 mL
ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม มะขามป้อม + อื่น ไอแห้ง-เสมหะ 15 mL
ยาประสะไพล ไพล + ตำรับ ปวดเมื่อย-ดีตเอ็น 1 g tid
ยาผสมเพชรสังฆาต เพชรสังฆาต + อื่น ริดสีดวงทวาร 500 mg tid
รายการเต็มอ้างอิงประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพรฉบับล่าสุด
ภาคผนวก D — ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 16 ขนาน
# ขนาน ใช้ ขนาด/ครั้ง
1 ยาหอมเทพจิตร วิงเวียน เป็นลม 1 ช้อนชา
2 ยาหอมนวโกฐ คลื่นไส้-วิงเวียน 1 ช้อนชา
3 ยาเขียวหอม ไข้ ผื่น 500 mg-1 g
4 ยาประสะกะเพรา ท้องอืดเด็ก 1-2 g
5 ยาธาตุน้ำขาว ปวดท้อง 15-30 mL
6 ยาธาตุน้ำแดง ท้องอืด 15-30 mL
7 ยาแก้ไอน้ำดำ ไอ-เสมหะ 15 mL bid-tid
8 ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ไอแห้ง 15 mL
9 ยาเหลืองปิดสมุทร ท้องเสีย 1 g tid
10 ยาแสงหมึก ผื่น แมลงกัด ทาภายนอก
11 ยาน้ำมันเขียว ปวดเมื่อย ทา-นวด
12 ยาน้ำมันมะพร้าว แผลไฟไหม้ ทา
13 ยาแก้ลม วิงเวียน 1 ช้อนชา
14 ยาหม่อง ปวดเมื่อย-คันยุง ทา
15 ยาดมสมุนไพร วิงเวียน คัดจมูก PRN
16 ลูกประคบสำเร็จ ปวดเมื่อย 15-20 นาที
ภาคผนวก E — ตาราง Drug-Herb Interactions ที่พบบ่อย
ยาแผนปัจจุบัน สมุนไพร กลไก Risk การจัดการ
Warfarin ขมิ้น, ขิง, กระเทียม, แปะก๊วย ↓ platelet + CYP2C9 Bleeding Monitor INR, หยุด 7-10 d ก่อนผ่าตัด
DOAC ขมิ้น, ขิง P-gp, CYP3A4 Bleeding หลีก deep tissue, monitor
Insulin/SU มะระขี้นก, ตำลึง, อบเชย ↑ insulin sensitivity Hypoglycemia ลด insulin/SU 25-50%
ARB/ACEi ฟ้าทะลายโจร, กระเจี๊ยบ Vasodilation + Na excretion Hypotension BP monitor
Thiazide กระเจี๊ยบ, หญ้าหนวดแมว K loss Hypokalemia K monitor
BZD/Opioid ขี้เหล็ก, ดอกขี้เหล็ก GABA + CNS depress Sedation หลีกเลี่ยง
Tamoxifen St. John's wort, ขมิ้น CYP3A4/2D6 ↓ efficacy หลีกเลี่ยง
Cyclosporine St. John's wort CYP3A4 + P-gp ind Graft rejection ห้ามร่วม
Digoxin ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้น P-gp inhibition ↑ digoxin Level monitor
Statin St. John's wort CYP3A4 induction ↓ efficacy หลีกเลี่ยง
Levothyroxine เพชรสังฆาต, ตำรับมีแคลเซียม ↓ absorption Subclinical hypothyroid เว้น 4 hr
NSAID ขมิ้น, ขิง, กระเทียม ↓ platelet + GI GI bleed PPI, monitor
SSRI/SNRI St. John's wort Serotonergic Serotonin syndrome ห้ามร่วม
Methotrexate ฟ้าทะลายโจร OAT3 transporter ↑ MTX toxicity หลีก
OC St. John's wort CYP3A4 ind Contraceptive failure ห้าม
Phenytoin ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้น CYP2C9 Level alteration Level monitor
ภาคผนวก F — แบบประเมินตรีโทษ (Prakriti + Vikriti)
ใช้ในเวชปฏิบัติเป็นเครื่องมือเสริมประวัติ — ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
F.1 แบบประเมิน Prakriti (ธาตุประจำตัว)
เลือกข้อที่ "ตรงที่สุด" ในแต่ละหัวข้อ — รวมคะแนนแต่ละโทษ คนส่วนใหญ่ได้ 2 โทษเด่น (เช่น Vata-Pitta, Pitta-Kapha)
เปิดแบบประเมิน Prakriti (10 ข้อ)
หัวข้อ วาตะ (V) ปิตตะ (P) เสมหะ (K)
1. โครงสร้าง ผอม สูง ข้อต่อชัด สมส่วน กล้ามเนื้อแน่น โครงร่างใหญ่ เนื้อนุ่ม
2. ผิว แห้ง คล้ำ บาง อบอุ่น สีออกแดง ไฝ-ฝ้า ขาว ใส ชุ่ม หนา
3. ผม บาง หยาบ แห้ง บาง สีน้ำตาล/แดง หงอกเร็ว ดก หนา ดำเงา
4. ตา เล็ก แห้ง คล้ำ คม สีอ่อน ไวต่อแสง โต ใส ชุ่ม
5. ความหิว-ย่อย ไม่สม่ำเสมอ หิวบ่อย ย่อยดี หิวน้อย ย่อยช้า
6. นอน หลับยาก ตื่นบ่อย หลับปานกลาง หลับลึก ขี้เซา
7. ทนอุณหภูมิ ทนหนาวแย่ ทนร้อนแย่ ทนชื้นแย่
8. ขับถ่าย ท้องผูก ก๊าซมาก ถ่ายดี-เร็ว ไหม้ก้น ถ่ายเป็นรูปแท่ง สม่ำเสมอ
9. อุปนิสัย เร็วไว คิดเยอะ กังวล มุ่งมั่น เป็นผู้นำ ใจร้อน เนิบ สงบ ใจดี
10. พฤติกรรมเครียด กลัว วิตก หนีปัญหา โกรธ ฉุนเฉียว วิจารณ์ ซึม นิ่ง หลีกเลี่ยง
วิธีคิดคะแนน: นับจำนวนข้อที่เลือกในแต่ละคอลัมน์ × 10 = % ของแต่ละโทษ — รวม V+P+K = 100% เช่น "V20/P50/K30"
F.2 แบบประเมิน Vikriti (ตรีโทษปัจจุบัน — 7 วันที่ผ่านมา)
ใช้ทุก follow-up เพื่อดูว่าผู้ป่วย "เพี้ยน" จาก Prakriti ของตัวเองทางไหน
เปิดแบบประเมิน Vikriti (วาตะ)
ตอบ "ใช่ = 1, ไม่ใช่ = 0" รวมคะแนนวาตะกำเริบ:
ท้องอืด เรอ ผายลมบ่อย
ปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ
นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก
ใจสั่น ใจเต้นเร็ว
ผิวแห้ง ปากแห้ง
ปวดเมื่อยตามข้อ-เส้น
วิตกกังวล กลัว ซึมเศร้า
ชาปลายมือ-เท้า มือ-เท้าเย็น
≥ 5 ข้อ = วาตะกำเริบเด่น
เปิดแบบประเมิน Vikriti (ปิตตะ)
แสบกระเพาะ GERD
ผื่นแดง ผิวอักเสบ คัน
ปวดศีรษะร้อน ตาแดง
ปัสสาวะร้อน-เหลืองจัด
หิวบ่อย หิวด่วน หงุดหงิดง่าย
เหงื่อออกมาก กลิ่นแรง
ไข้ ไม่สบายช่วงเย็น
ฉุนเฉียว วิจารณ์ ใจร้อน
≥ 5 ข้อ = ปิตตะกำเริบเด่น
เปิดแบบประเมิน Vikriti (เสมหะ)
เสมหะมาก คัดจมูก น้ำมูก
ตัวบวม น้ำหนักขึ้น
ง่วงซึม ไม่อยากตื่น
ความจำช้า เซื่องซึม
เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย
ปวดข้อเย็น-ตึง ตอนเช้า
ท้องผูกเป็นรูปแท่งใหญ่ มัน
เศร้า ซึม หลีกเลี่ยงสังคม
≥ 5 ข้อ = เสมหะกำเริบเด่น
F.3 K10 — Kessler Psychological Distress Scale (Thai)
10 ข้อ scoring 1–5 — total 10–50 / <20 normal, 20–24 mild, 25–29 moderate, ≥30 severe
เปิด K10
เหนื่อยล้าโดยไม่มีเหตุ
หงุดหงิด-โกรธง่าย
ใจไม่นิ่ง-กระวนกระวาย
หมดหวัง
กระสับกระส่ายจนนั่งนิ่งไม่ได้
ซึมเศร้า
ทุกอย่างเหนื่อยและฝืน
เศร้าจนไม่มีอะไรช่วยได้
ไร้ค่า
หม่นหมอง
คะแนน: 1=ไม่เคย / 2=บางเวลา / 3=บ่อย / 4=เกือบตลอดเวลา / 5=ตลอดเวลา
F.4 Lifestyle Score (สั้น)
เปิด Lifestyle Score
นอน 7–9 hr (ใช่=1)
ไม่กินดึก หลัง 20.00 (ใช่=1)
ออกกำลังกาย 150 นาที/wk (ใช่=1)
ผัก-ผลไม้ 5 servings/d (ใช่=1)
ทำสมาธิ/อานาปานสติ ≥10 นาที/d (ใช่=1)
ไม่สูบบุหรี่ (ใช่=1)
Alcohol ≤ 1 unit/d (ใช่=1)
BMI 18.5–25 (ใช่=1)
0–3 = high risk / 4–5 = moderate / 6–8 = good
ภาคผนวก G — ใบงานฤาษีดัดตน 15 ท่า (สรุปแบบใช้งาน)
ทำตามลำดับ ทำซ้ำ 5-10 ครั้งต่อท่า เริ่มเช้าตอนตื่นและก่อนนอน — แต่ละ session 5-10 นาที
ดัดคอ-บ่า : ก้ม-เงย-เอียงซ้าย-ขวา-หมุน ค้างทิศละ 5 วิ
ยืดสะบัก : ประสานมือไขว้หน้า-หลัง
ก้มหลัง : ยืนตรง ก้มลงแตะปลายเท้า ค้าง 10 วิ
หลังพับ : นอนคว่ำ ดันลำตัวขึ้น คล้าย Cobra
บิดตัว : นั่ง บิดเอวซ้าย-ขวา ค้างข้างละ 10 วิ
ดัดข้าง : ยืน เอียงข้างซ้าย-ขวา
งอเข่า : นอนหงาย ดึงเข่าทีละข้างเข้าอก
ยืดน่อง : นั่งเหยียดขา เอามือแตะปลายเท้า
ฤาษีพิงกัน : นั่งฝ่าเท้าชิดกัน กดเข่าลง
นั่งเข่าเดียว : ไขว้ขา ดึงเข่ามาที่อก
ดัดแขน-นิ้ว : หมุนข้อมือ เหยียดนิ้ว
ลมในเส้น : หายใจเข้า 4 ออก 6 ทำ 10 รอบ
นั่งสมาธิ : 5-10 นาที สังเกตลมหายใจ
นอนผ่อนคลาย : นอนหงาย ผ่อนทุกส่วน 3-5 นาที
เดินจงกรม : เดินช้า ตามลมหายใจ 10-15 นาที
ระวัง
Severe osteoporosis: หลีกเลี่ยงท่า 4 (หลังพับ) และท่า 5 (บิดตัว)
Recent abdominal/spinal surgery: รอ 6-8 wks
HT > 180/110: ทำเฉพาะท่านั่ง-นอน
Pregnancy ไตรมาสปลาย: ปรับท่าให้ไม่กดท้อง
ภาคผนวก H — ภาพและตำแหน่งเส้นประธาน 10
จันทภูสัง (หูซ้าย)
สหัสรังสี (ตาซ้าย)
อิทา (ข้างซ้ายของกระดูกสันหลัง)
กาลทารี (แขน-ขา-เฉียง)
สิกขินี (อวัยวะเพศ)
รุชำ (หูขวา)
ทวารี (ตาขวา)
สุมนา (กลางลำตัว)
ปิงคลา (ข้างขวาของกระดูกสันหลัง)
สุขุมัง (ก้นกบ-ทวารหนัก)
ความหมาย:
อิทา / สิกขินี
ปิงคลา / จันทภูสัง / รุชำ
สุมนา (เส้นกลาง)
กาลทารี (เส้นรอบ)
สหัสรังสี / ทวารี
รูปที่ H.1 — แผนผังเส้นประธาน 10 บนร่างกาย: 3 เส้นกลาง (อิทา-ปิงคลา-สุมนา) + 7 เส้นข้าง
เส้น เริ่ม → จบ ใช้รักษา
อิทา สะโพกซ้าย → คอซ้าย LBP ซ้าย, headache, autonomic
ปิงคลา สะโพกขวา → คอขวา LBP ขวา, headache
สุมนา ก้นกบ → ลิ้นไก่ Core stability, breathing, asthma
กาลทารี ทั่วร่าง (แขน-ขา) MSK general, peripheral pain
สหัสรังสี ตาซ้าย-ใบหน้าซ้าย Migraine ซ้าย, sinusitis
ทวารี ตาขวา-ใบหน้าขวา Migraine ขวา, sinusitis
จันทภูสัง หูซ้าย Tinnitus, vertigo
รุชำ หูขวา Tinnitus, vertigo
สิกขินี อวัยวะเพศ Pelvic pain, dysmenorrhea
สุขุมัง ก้นกบ-ทวารหนัก Hemorrhoid, sciatica
ภาคผนวก I — แผนผังตัดสินใจ "ดูแลเอง vs รพ.สต. vs รพ./ER"
I.1 ปวดศีรษะ
ปวดศีรษะ
│
├─ Thunderclap, มีอาการประสาท, ไข้สูง+คอแข็ง? ──► ER
│
├─ ไม่มี red flag, episodic ──► Self-care
│ • acetaminophen + นวดบ่า + ฤาษีท่า 1
│ • ขิง 1 g ถ้าไมเกรน
│ • ติดตาม 48 hr
│
└─ Chronic หรือเป็นบ่อย ──► รพ.สต./คลินิก
• ประเมินสมุฏฐาน + ยาตามแนว
I.2 ปวดท้อง
ปวดท้อง
│
├─ Severe sudden, peritonitis, GI bleed? ──► ER
│
├─ Mild, อาหารผิด, ขับลมเอง ──► Self-care
│ • ยาธาตุน้ำขาว/แดง
│ • ขิงต้ม
│ • Hydration
│
└─ Persistent > 48 hr / weight loss / ผู้สูงอายุ ──► รพ.สต./รพ.
I.3 ไข้
ไข้
│
├─ > 39°C + ซึม, neonate > 38°C? ──► ER
│
├─ > 38°C 2-3 d ในผู้ใหญ่แข็งแรง ──► Self-care
│ • Paracetamol
│ • ฟ้าทะลายโจร 1.5-3 g x 5 d
│ • Hydration + พัก
│
└─ > 7 d / immunocomp / pregnant ──► รพ.สต./รพ.
I.4 ปวดเข่า/หลัง
ปวดเข่า/หลัง
│
├─ Trauma + deformity / cauda equina? ──► ER
│
├─ Acute มี cause ชัด ──► Self-care
│ • Rest + ice 48 hr → heat
│ • ลูกประคบ
│ • Acetaminophen + topical
│
└─ Chronic > 6 wks ──► รพ.สต./คลินิก
• Imaging + นวดราชสำนัก + ฤาษีดัดตน
ภาคผนวก J — คำศัพท์ + คำถามทบทวน MCQ + เฉลย
J.1 อภิธานศัพท์ ไทย ↔ Modern (เลือก)
คำไทย คำอธิบาย Modern term
ตรีโทษ / ธาตุ 3 ลม-ไฟ-น้ำ ในกรอบวินิจฉัย Tridosha (Vata-Pitta-Kapha)
ธาตุประจำตัว ธาตุที่ติดตัวมาแต่กำเนิด Prakriti / Constitution
ตรีโทษปัจจุบัน ภาวะธาตุวันนี้ Vikriti / Current imbalance
วาตะ ลม — แรงเคลื่อน Vata
ปิตตะ ไฟ — แรงเปลี่ยน Pitta
เสมหะ (กรอบ 3) น้ำ — แรงคงอยู่ Kapha
กำเริบ / Vridhi ภาวะทำงานเกิน Excess / hyperfunction
หย่อน / Kshaya ภาวะทำงานน้อย Deficiency / hypofunction
ธาตุพิการ ธาตุทำงานผิดปกติ Dysregulation / dysfunction
ลมในเส้น ปวด-ชาตามแนวเส้น Myofascial / neuropathic pain
เสมหะ ของเสียคล้ายน้ำ Mucus / phlegm / fluid retention
ไฟกำเริบ ความร้อน-อักเสบในกาย Inflammation / fever / hyperthyroid
กรรม พฤติกรรม-ประวัติ Lifestyle / SDoH
สมุฏฐาน เหตุของโรค Etiology / determinants
คัมภีร์ ตำราเฉพาะกลุ่มโรค Specialty textbook
กลับธาตุ คืนสมดุลธาตุ Restore homeostasis
ปกติวิถี การดำเนินชีวิตประจำวันที่ดี Lifestyle medicine
ตำรับ การรวมตัวยาหลายตัว Polyherbal formulation
ลูกประคบ ห่อสมุนไพรร้อน Herbal compress / thermotherapy
อยู่ไฟ โปรแกรมหลังคลอด Postnatal thermotherapy program
หัตถเวช ศาสตร์การรักษาด้วยมือ Manual therapy
เส้นประธาน แนวพลังงาน-สัมผัส Myofascial meridian
รสยา การจัดกลุ่มยาตามรส Phytochemical functional class
J.2 MCQ 30 ข้อ
เปิดข้อ 1-15
"องค์รวม 5 มิติ" ของแพทย์แผนไทยรวมมิติใดเพิ่มจาก biopsychosocial? a) เศรษฐกิจ b) สิ่งแวดล้อม + กรรม c) พันธุกรรม d) ศาสนาเฉลย: b
ธาตุไฟกำเริบใกล้เคียง pathophysiology ใดมากที่สุด? a) Hypothyroid b) Inflammation + sympathetic c) Anemia d) DVTเฉลย: b
สมุฏฐานที่หมายถึง "ฤดู" คือ? a) ธาตุ b) อายุ c) อุตุ d) กาลเฉลย: c (ฤดูฝน→Kapha กำเริบ, ร้อน→Pitta, หนาว→Vata)
เส้นประธาน 10 ใกล้เคียงแนวคิดใดของ Myers? a) Trigger points b) Dermatomes c) Anatomy Trains d) Acupuncture meridiansเฉลย: c
รสขมมีกลไกหลักลดไข้ผ่าน? a) Histamine b) NF-κB / IL-6 c) Insulin d) GABAเฉลย: b
ICD-10 K21.0 (GERD) ใกล้คำใดในแผนไทย? a) ลมจับโปง b) ไฟกำเริบ + ธาตุพิการ c) เสมหะคั่ง d) กษัยเฉลย: b
ตำรับ "ห้าราก" ใช้รักษา? a) Insomnia b) Hemorrhoid c) ไข้ d) Dyspepsiaเฉลย: c
ขมิ้น × warfarin → ? a) ↓ INR b) ↑ INR / bleeding c) ไม่มีผล d) Hypoglycemiaเฉลย: b
RUCAM ≥ 8 บ่งชี้? a) Possible HILI b) Probable HILI c) Highly probable HILI d) Excludedเฉลย: c
นวดราชสำนักต่างจากเชลยศักดิ์ที่? a) ใช้ข้อศอก-เข่า b) ใช้นิ้ว-ฝ่ามือกดตรงตามเส้น 10 c) ทำในบ้านชาวบ้าน d) ไม่ใช้สมุนไพรเฉลย: b
ทับหม้อเกลือห้ามใช้ใน? a) Postnatal normal birth d 5 b) DM neuropathy c) Mild LBP d) Healthy adultเฉลย: b
สมุนไพรห้ามในไตรมาสแรก? a) ฟ้าทะลายโจรขนาดสูง b) ตะไคร้ในอาหาร c) ขมิ้นปริมาณน้อย d) มะนาวเฉลย: a
ปกติวิถีกี่ประการ? a) 4 b) 5 c) 6 d) 7เฉลย: c
หลักรักษา 4 ประการคือ? a) ผ่าตัด-ยา-นวด-อาหาร b) กลับธาตุ-ขับ-สงบ-บำรุง c) เผา-ต้ม-ดอง-ฝน d) ตา-ลิ้น-ชีพจร-เส้นเฉลย: b
MD เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรไม่ขึ้นทะเบียน? a) ทำได้ b) ทำไม่ได้ ผิด พ.ร.บ. c) ทำได้ในชนบท d) ทำได้ถ้ามีพยานเฉลย: b
เปิดข้อ 16-30
Polyvagal theory เกี่ยวกับนวดเพราะ? a) Vagal afferent stimulation → ↑ HRV b) ↑ sympathetic c) Block dopamine d) Insulin pathwayเฉลย: a
Curcumin BA เพิ่มเมื่อใช้คู่? a) Lemon b) Piperine c) Salt d) Turmeric powder aloneเฉลย: b
ลูกประคบอุณหภูมิเหมาะสม? a) 30-40°C b) 60-70°C c) 90-100°C d) Room tempเฉลย: b
ฟ้าทะลายโจร × ARB → ? a) Hypotension b) Hypertension c) ไม่มีผล d) Bleedingเฉลย: a
มะระขี้นก × insulin → ? a) Hyperglycemia b) Hypoglycemia c) Hypotension d) Liver toxicityเฉลย: b
ลมปะกัง ใกล้ ICD ใด? a) Migraine (G43) b) Sciatica (M54) c) GERD (K21) d) HT (I10)เฉลย: a
ผู้ที่ Vikriti แสดง GERD + ผิวร้อน + ฉุนเฉียว — ตรีโทษเด่นในขณะนี้คือ? a) วาตะกำเริบ b) ปิตตะกำเริบ c) เสมหะกำเริบ d) วาตะหย่อนเฉลย: b (ปิตตะกำเริบ)
หัตถการที่เบิก UC ได้ ต้องมี? a) ICD + รหัสหัตถการ b) Approval ผู้ป่วย c) แค่ MD เซ็น d) ไม่ต้องบันทึกเฉลย: a
ขี้เหล็กระวังเพราะ? a) Hyperglycemia b) Hepatotoxic c) Bleeding d) Hypotensionเฉลย: b
"3 H Question" ในการสั่งยาใหม่? a) Herb-How-How long b) Hospital-Home-Hour c) Hot-Heavy-Hard d) Half-Hold-Haltเฉลย: a
ในผู้ป่วย DM neuropathy ก่อน thermotherapy ตรวจ? a) HbA1c b) Monofilament test c) BP d) Lipidเฉลย: b
ตรีกฎุก ส่วนประกอบ? a) ขิง พริกไทย ดีปลี b) สมอ 3 ชนิด c) ราก 3 ชนิด d) เกลือ 3 ชนิดเฉลย: a
กรอบ co-management 4 ขั้น? a) Diagnosis-Risk-Integrate-Monitor b) Read-Recall-Repeat-Resolve c) Plan-Do-Check-Act d) Identify-Act-Refer-Documentเฉลย: a
"FFAST + GCS" ใช้สำหรับ? a) Red flag triage b) Drug dosing c) Vital sign d) Lab interpretationเฉลย: a
การสื่อสาร 3 ภาษาที่ MD ต้องเป็น? a) Translator ระหว่างผู้ป่วย-แพทย์แผนไทย-แผนปัจจุบัน b) Interpreter for foreigners c) Diplomat for ministry d) Spokespersonเฉลย: a
จบเล่ม — ตำราการแพทย์แผนไทย ฉบับกระชับ สำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบัน
9 ภาค 19 บท + ภาคผนวก A–J • ปรับปรุงพฤษภาคม 2569
สำหรับ feedback / errata / online supplement: ส่งกลับมายังโครงการ "เชื่อมแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน"