ตำราการแพทย์แผนไทย • ฉบับกระชับ ↑ บนสุด พิมพ์/บันทึก PDF

ตำราการแพทย์แผนไทย
สำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบัน

— แก่นแห่งศาสตร์ สู่การประยุกต์ในเวชปฏิบัติ —
Thai Traditional Medicine for Modern Clinicians (Concise Edition)

เรียบเรียงจากโครงสร้าง "ทีมปฐมภูมิ–ฉบับกระชับ" • ปรับขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรการแพทย์ทุกสาขา • 9 ภาค 19 บท + ภาคผนวก A–J • รวมประมาณ 150 หน้า • ปรับปรุงพฤษภาคม 2569

หัวใจของเล่ม
  • เป้า: ให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักกายภาพ และวิชาชีพสาธารณสุขเข้าใจระบบแพทย์แผนไทยทั้งระบบในเวลาอ่านสั้น
  • หลัก: โลกทัศน์ → แกนทฤษฎี → 4 ศาสตร์ (เวชกรรม–เภสัชกรรม–หัตถเวช–ผดุงครรภ์) → ปกติวิถี → ประยุกต์คลินิก → ระบบ-จริยธรรม
  • วิธีอ่าน: อ่านแค่กล่อง หัวใจของบท + CLINIC APPLICATION ก็ใช้งานประจำวันได้
  • สะพาน: ทุกบทมีกล่อง BRIDGE TO MODERN MEDICINE เชื่อมศัพท์ไทยกับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย
  • ปลอดภัย: กล่อง CAUTION ระบุข้อห้ามและความเสี่ยงสำคัญ

คำนำ

ตำราเล่มนี้ออกแบบสำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบันทุกสาขา ตั้งแต่ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์เฉพาะทาง พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักวิชาการสาธารณสุข ไปจนถึง นักศึกษาแพทย์และวิชาชีพที่กำลังฝึกหัด ผู้เขียนเชื่อว่าการเข้าใจการแพทย์แผนไทย "ทั้งระบบ" จะทำให้คลินิกเซียนสนทนากับผู้ป่วยที่ใช้ภาษาแผนไทย ตัดสินใจเรื่องสมุนไพรร่วมยา และทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยอย่างปลอดภัยและมีหลักฐานรองรับ

เล่มนี้เลือกเดินตามสถาปัตยกรรมของแพทย์แผนไทยเอง — โลกทัศน์ → แกนทฤษฎี → 4 ศาสตร์หลัก → ปกติวิถี → การประยุกต์ทางคลินิก → ระบบและจริยธรรม เพื่อให้ผู้อ่านเห็นว่าแพทย์แผนไทยเป็นองค์ความรู้ที่มีปรัชญา ทฤษฎี และศาสตร์ปฏิบัติของตนเองที่สนทนากับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยได้

"ครบ แต่ไม่ยืด" — 9 ภาค 19 บท ใช้กล่อง "หัวใจของบท" นำหน้าทุกบท ใช้ตารางและแผนผังแทนข้อความยาวเมื่อเป็นไปได้ ผู้อ่านที่เร่งรีบอ่านเฉพาะกล่องหัวใจ + กล่อง CLINIC ก็ได้สาระเพียงพอสำหรับงานประจำวัน

คำชี้แจงการใช้ตำรา

กลุ่มเป้าหมาย

วัตถุประสงค์โดยรวม

  1. เข้าใจระบบแพทย์แผนไทยทั้งระบบ — ปรัชญา แกนทฤษฎี 4 ศาสตร์
  2. เห็นจุดเชื่อมระหว่างแพทย์แผนไทยกับวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ร่วมสมัย
  3. ประเมินความปลอดภัย สมุนไพร–ยา และข้อห้ามของหัตถการในผู้ป่วยตน
  4. ทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยและทีมสหวิชาชีพอย่างปลอดภัยและมีหลักฐานรองรับ
  5. เคารพภูมิปัญญาขณะใช้ evidence-based practice ในการตัดสินใจ

องค์ประกอบของแต่ละบท

องค์ประกอบหน้าที่
หัวใจของบท5–7 ประเด็นสรุปบนหน้าแรก อ่าน 30 วินาทีจบ
คำถามนำกรอบความสนใจที่บทจะตอบ
วัตถุประสงค์การเรียนรู้3–5 ข้อ measurable
โครงเนื้อหาตาราง/แผนผัง/infographic เป็นหลัก
BRIDGEเชื่อมศัพท์ไทย ↔ วิทยาศาสตร์ร่วมสมัย
CLINICการประยุกต์ในเวชปฏิบัติ — เห็นภาพในงานจริง
CAUTIONข้อห้าม/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง
เคสตัวอย่าง1 เคสต่อบท ใกล้เวชปฏิบัติจริง
คำถามทบทวน + แหล่งอ่านเพิ่มตรวจความเข้าใจ + อ้างอิงต่อยอด

ขนาดเล่ม

ตัวเล่มหลัก 19 บท ≈ 5–7 หน้าต่อบท + ภาคผนวก ≈ 50 หน้า รวมประมาณ 150 หน้า อ่านจบในวันหยุดสุดสัปดาห์เดียว

สารบัญหลัก

ภาค 6 ผดุงครรภ์

บท 14 ครรภ์ คลอด หลังคลอด

ภาค 8 ประยุกต์คลินิก

บท 17 Co-management บท 18 Self-care + flowchart

ภาคที่ 1 ปฐมบท — โลกทัศน์ ความสมดุล และวิทยาศาสตร์เชื่อม

วางฐานคิดก่อนเข้าสู่เนื้อหาเทคนิค ให้เห็น paradigm "องค์รวม–สมดุล" ของแพทย์แผนไทย และมีพจนานุกรมสองภาษาระหว่างศัพท์แผนไทยกับวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ร่วมสมัย

บทที่ 1 ปรัชญา องค์รวม และความสมดุล

คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยพูดว่า "ธาตุวิปริต" "กรรม" หรือ "สมุฏฐาน" — เขากำลังคิดด้วยกรอบใด และทำไมเราในฐานะแพทย์แผนปัจจุบันควรเข้าใจกรอบนี้
หัวใจของบท
  • แพทย์แผนไทยเกิดจากการหลอมรวม 3 ราก: พุทธ (อริยสัจ–ปฏิจจสมุปบาท–ขันธ์) พราหมณ์/อายุรเวท (ปัญจมหาภูต→ธาตุ 4, Tridosha (Vata-Pitta-Kapha) → ตรีโทษ ลม-ไฟ-น้ำ, รส) และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น (หมอพื้นบ้าน-หมอตำแย-กรรม)
  • กรอบ "องค์รวม 5 มิติ": กาย จิต สังคม สิ่งแวดล้อม กรรม — กว้างกว่า biopsychosocial ของ Engel ที่มี 3 มิติ
  • สุขภาพ = ธาตุสมดุล / โรค = ธาตุ หย่อน-กำเริบ-พิการ / รักษา = "กลับสมดุล" ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อหรือบล็อก receptor
  • "กรรม" ในแพทย์แผนไทย = พฤติกรรมและประวัติ ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติเสมอไป — มี overlap กับ social determinants & lifestyle factors
  • การเข้าใจกรอบนี้ทำให้ MD ซักประวัติได้ลึกขึ้น และสนทนากับผู้ป่วยที่ใช้ภาษาแผนไทยได้ตรงจุด

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

โครงเนื้อหา

1.1 รากทางคิด 3 สาย

สายแนวคิดที่ให้เห็นในเวชปฏิบัติว่า
พุทธอริยสัจ 4, ปฏิจจสมุปบาท, ธาตุในพระอภิธรรม, ขันธ์ 5สาเหตุ-ผล, จิตสมุฏฐาน, ความเชื่อมโยงกาย-ใจ
พราหมณ์/อายุรเวทปัญจมหาภูต→ธาตุ 4, Tridosha → ตรีโทษ ลม-ไฟ-น้ำ, 6 รส→9 รสตรีโทษ, ทฤษฎีรส, pattern diagnosis
ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมอผี หมอเป่า หมอตำแย, ตำรับครัวเรือนการแพทย์ชุมชน, อาหารเป็นยา, "กรรม" และพิธีกรรม

1.2 องค์รวม 5 มิติ

สุขภาพ ธาตุสมดุล กาย Body จิต Mind สังคม Social สิ่งแวดล้อม Environment กรรม Lifestyle
รูปที่ 1.1 — องค์รวม 5 มิติ: ขยายจาก biopsychosocial ของ Engel (3 มิติ) ด้วย "สิ่งแวดล้อม + กรรม"

ทุกมิติมีอิทธิพลต่อสุขภาพ การวินิจฉัยที่ดูเฉพาะ "กาย" จึงพลาดเหตุที่อยู่ใน 4 มิติที่เหลือ

1.3 ภาวะของธาตุ

ภาวะคำอธิบายเทียบ pathophysiology
สมดุลธาตุทำงานพอดีHomeostasis
หย่อนทำงานน้อยลงHypofunction (เช่น hypothyroid, anorexia)
กำเริบทำงานเกินHyperfunction / inflammation
พิการทำงานผิดปกติ ไม่ตรงตามธรรมชาติDysregulation / autoimmune / neoplasm
BRIDGE TO MODERN MEDICINE
"องค์รวม 5 มิติ" ↔ Engel's biopsychosocial (1977) + environmental determinants + behavioral medicine — แพทย์แผนไทยเพิ่ม "กรรม" เป็นมิติที่ 5 ซึ่งทับซ้อนกับ social determinants of health ของ WHO และแนวคิด life course epidemiology
CLINIC APPLICATION
ในการซักประวัติผู้ป่วย NCDs ลองเพิ่มคำถาม 5 มิติ: (1) อาการกาย (2) ความเครียด-อารมณ์ (3) ครอบครัว-งาน (4) ที่อยู่อาศัย-อาหาร (5) วิถีประจำวัน-การนอน-การออกกำลัง — มักได้เหตุที่ซ่อนอยู่
เคสตัวอย่าง
ผู้หญิง 52 ปี ปวดเข่าเรื้อรัง 2 ปี OA grade II ใช้ NSAID ไม่หาย — ซักประวัติแบบ 5 มิติ พบ: (กาย) BMI 31, (จิต) ดูแลแม่ป่วย, (สังคม) นั่งขายของ 12 ชม./วัน, (สิ่งแวดล้อม) บ้าน 2 ชั้น ขึ้น-ลงวันละ 8 รอบ, (กรรม) เคยตกบันได 5 ปีก่อน — แผนรักษา: ลดน้ำหนัก + กายภาพ + ฟ้าทะลายโจร/เพชรสังฆาต + ปรับสิ่งแวดล้อมในบ้าน
คำถามทบทวน
Q1. องค์รวม 5 มิติของแพทย์แผนไทยต่างจาก biopsychosocial ของ Engel ตรงไหน?
A. เพิ่มมิติ "สิ่งแวดล้อม" (อุตุ-ประเทศสมุฏฐาน) และ "กรรม" (พฤติกรรม-ประวัติ-วิถี) ทำให้ครอบคลุมทั้ง physical environment และ life-course exposures
Q2. "ธาตุพิการ" ต่างจาก "ธาตุกำเริบ" อย่างไร?
A. กำเริบ = ทำงานเกิน (เปรียบ hyperfunction) / พิการ = ทำงานผิดเพี้ยน ไม่ตรงตามธรรมชาติ (เปรียบ dysregulation, malformation, neoplasm)
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม

บทที่ 2 วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมการแพทย์แผนไทย

คำถามนำ: หากแพทย์แผนไทยพูดเรื่อง "ธาตุไฟกำเริบ" "ลมในเส้น" หรือ "ยาแก้สมุฏฐาน" — วิทยาศาสตร์ร่วมสมัยอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้อย่างไร
หัวใจของบท
  • Network pharmacology & systems biology เป็น paradigm ที่ทำให้ตำรับสมุนไพร 5–10 ตัวเข้าใจได้ — ไม่ใช่ "single target single drug"
  • ฤทธิ์สมุนไพรไทยส่วนใหญ่ผ่าน 4 กลไกหลัก: anti-inflammatory, antioxidant, immune-modulating, microbiome-modulating
  • Polyvagal theory + fascia mechanotransduction + gate control อธิบายว่านวด-ประคบ-อบไอน้ำทำงานอย่างไรในระบบประสาท
  • Chronobiology (Nobel 2017) สอดคล้องกับ "กาลสมุฏฐาน-อุตุสมุฏฐาน-ปกติวิถี"
  • ข้อจำกัดของวิจัย TTM: heterogeneity, blinding, standardization — ต้องอ่านงานวิจัยอย่างมีวิจารณญาณ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

โครงเนื้อหา

2.1 Network pharmacology — เครื่องมือเข้าใจตำรับ

ตำรับยาไทย "ห้าราก" หรือ "เบญจกูล" มี 5 ตัวยา — Hopkins (Nature Chem Biol 2008) เสนอว่ายาที่มี multiple targets แต่ affinity ปานกลางมักได้ผลในโรคซับซ้อนดีกว่า single-target ที่ affinity สูง

ตัวอย่าง: curcumin targets NF-κB, COX-2, TNF-α, IL-6, STAT3 พร้อมกัน — เข้ากับแนวคิด "ยาตำรับมีหลายรส บูรณาการแก้สมุฏฐาน"

2.2 Phytochemistry สมุนไพรไทย ที่ MD ควรรู้

สมุนไพรสารหลักกลุ่มเคมีเป้าหมายหลัก
ขมิ้นชันCurcuminPolyphenolNF-κB, COX-2 → anti-inflammatory
ฟ้าทะลายโจรAndrographolideDiterpene lactoneNF-κB, IL-6 → immune-modulating
ขิงGingerol, shogaolPhenolic5-HT3, COX → antiemetic, anti-inflammatory
บัวบกAsiaticosideTriterpenoidCollagen synthesis → wound healing
พริกCapsaicinVanilloidTRPV1 → analgesia
ไพลCurcuminoids, methoxyflavonesPolyphenolAnti-inflammatory, anti-asthmatic
ขี้เหล็กAnhydrobarakol, อนุพันธ์ rheinAnthraquinoneGABAergic + laxative
มะระขี้นกCharantin, polypeptide-pSaponin↑ insulin sensitivity
กระชายดำMethoxyflavonesPolyphenolPDE5 inhibition, vasodilation
บอระเพ็ดTinosporasideDiterpene glycosideImmunomodulator, hypoglycemic

2.3 Pharmacokinetics ที่ MD ใช้บ่อย

2.4 Neurobiology ของสัมผัสบำบัด

2.5 Chronobiology ↔ ปกติวิถี

Nobel Prize 2017 (Hall, Rosbash, Young) ในเรื่อง circadian clock genes — สอดคล้องกับ "กาลสมุฏฐาน" ที่บอกว่ายามเช้าธาตุดินเด่น สาย-เที่ยงไฟเด่น บ่าย-เย็นน้ำเด่น

2.6 Adaptogens, hormesis, และ ECS

2.7 Evidence hierarchy สำหรับ TTM

ระดับสำหรับ TTMข้อสังเกต
Systematic review/RCTมีในยาเดี่ยว (ฟ้าทะลายโจร, curcumin, ขมิ้น)ตำรับซับซ้อนทำ RCT ยาก
Real-world evidenceข้อมูล HOSxP, สปสช.เหมาะกับ pragmatic trial
n-of-1 / case seriesดีสำหรับ individualized prescriptiongeneralize ยาก
Traditional useหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์WHO ให้ความสำคัญในกรอบ "Traditional Use"
BRIDGE
"ธาตุไฟกำเริบ" ↔ inflammation + oxidative stress + sympathetic overdrive | "ลมในเส้น" ↔ neuropathic pain + autonomic dysfunction + myofascial trigger | "เสมหะกำเริบ" ↔ mucus hypersecretion + IgE-mediated inflammation + metabolic syndrome
CLINIC
ก่อนสั่งสมุนไพรร่วมยา ตรวจ 3 จุด: (1) สมุนไพรนี้ผ่าน CYP3A4/P-gp ไหม (2) ผู้ป่วยใช้ warfarin/DOAC/HOA หรือไม่ (3) ผู้ป่วยมีตับ-ไตบกพร่องที่กระทบ ADME ไหม — รายละเอียดในบท 11
คำถามทบทวน
Q1. Network pharmacology อธิบาย "ตำรับยาห้าราก" อย่างไร?
A. แทนที่จะ "1 ยา 1 target" ตำรับใช้ multi-compound × multi-target ทำให้ได้ผลกว้างใน inflammation, immune, microbiome พร้อมกัน — สอดคล้องกับธรรมชาติของโรค complex
Q2. Polyvagal theory เกี่ยวข้องกับการนวดไทยอย่างไร?
A. การกดลึก-ช้าตามเส้นประธานกระตุ้น afferent vagal → ↑ vagal tone → ↑ HRV → ↓ cortisol → คลายความเครียด
Q3. ข้อจำกัดของงานวิจัย TTM 3 ประการที่สำคัญที่สุดคือ?
A. (1) Heterogeneity ของผลิตภัณฑ์ (2) Blinding ทำได้ยากในหัตถการ (3) Standardization ของสารออกฤทธิ์ในตำรับซับซ้อน
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม

ภาคที่ 2 แกนทฤษฎี — หลักการพื้นฐานของแพทย์แผนไทย

4 หลักการที่ค้ำยันระบบทั้งหมด: ธาตุ–สมุฏฐาน–กายวิภาค/เส้น–รส ทุกบทเชื่อมไปข้างหน้าสู่ 4 ศาสตร์หลักในภาค 3–6

บทที่ 3 ตรีโทษ — ธาตุ 3 ลม–ไฟ–น้ำ (Tridosha: Vata–Pitta–Kapha)

คำถามนำ: ทำไมเวชปฏิบัติแพทย์แผนไทยใช้ "ธาตุ 3" เป็นแกนวิเคราะห์ความเจ็บป่วย — และเชื่อมกับ Tridosha ของอายุรเวทอย่างไร
หัวใจของบท
  • ตรีโทษ = ธาตุ 3 (ลม–ไฟ–น้ำ) ตรงกับ Vata–Pitta–Kapha ของอายุรเวท เป็นกรอบ "เคลื่อน–เปลี่ยน–คงอยู่" ของกาย
  • ทำไม 3 ไม่ใช่ 4: ธาตุดิน เป็นโครงสร้างที่ "พิการได้ยาก" — ในกรอบวินิจฉัยจึงรวมไว้ในธาตุน้ำ
  • กรอบวินิจฉัย 2 ชั้น: ธาตุประจำตัว (Prakriti) = constitution แต่กำเนิด / ตรีโทษปัจจุบัน (Vikriti) = ภาวะวันนี้
  • 3 ภาวะของแต่ละโทษ: กำเริบ (Vridhi) → หย่อน/พร่อง (Kshaya) → พิการ (Vikriti-derangement) เรียงจากเบาไปหนัก
  • รูปแบบบันทึก: "V60/P25/K15 — วาตะกำเริบ 60%, ปิตตะหย่อน 30%, เสมหะปกติ" สื่อสารกับทีมได้ทันที

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

3.1 ทำไม "ธาตุ 3" ในการวินิจฉัย

คลาสสิกแพทย์แผนไทยมีทั้ง ธาตุ 4 (ปถวี–อาโป–วาโย–เตโช = ดิน–น้ำ–ลม–ไฟ) เป็น โครงสร้าง และ ธาตุ 3 (ลม–ไฟ–น้ำ) เป็น กลไกทำงาน ในเวชปฏิบัติเลือกใช้ธาตุ 3 เพราะ:

3.2 ตารางสรุปตรีโทษ

ตรีโทษสันสกฤตองค์ประกอบหน้าที่หลักคุณสมบัติเด่น
ลมVata (वात)ลม + อากาศ (ether)การเคลื่อนไหว, ระบบประสาท, autonomicเคลื่อน เบา แห้ง เย็น หยาบ
ไฟPitta (पित्त)ไฟ + น้ำ (เล็กน้อย)เผาผลาญ ย่อย อุณหภูมิ การเปลี่ยนร้อน คม ลื่น เปรี้ยว
น้ำKapha (कफ)น้ำ + ดินโครงสร้าง การหล่อลื่น ภูมิคุ้มกัน ของเหลวหนัก เย็น ชื้น มัน คงตัว หวาน
สมดุล Sama-prakriti ลม / Vata เคลื่อน • เบา • แห้ง ระบบประสาท • autonomic ไฟ / Pitta ร้อน • คม • เปรี้ยว เผาผลาญ • metabolism น้ำ / Kapha หนัก • ชื้น • คงตัว โครงสร้าง • ภูมิคุ้มกัน กำเริบ Vridhi (เกิน) หย่อน Kshaya (พร่อง) พิการ Vikriti (เสีย)
รูปที่ 3.1 — ตรีโทษ (ธาตุ 3) ตรงกับ Tridosha ของอายุรเวท แต่ละโทษมี 3 ภาวะเรียงจากเบาไปหนัก: กำเริบ → หย่อน → พิการ

3.3 ลม (Vata) — แรงเคลื่อนของกาย

ลักษณะของผู้มี Vata เด่น (Prakriti)

โครงสร้างผอม สูง ข้อต่อชัด ผิวแห้ง คล้ำ ผมบาง พูดเร็วปาก จิตวอกแวก-คิดมาก ชอบความเปลี่ยนแปลง ทนแดดดี ทนหนาวแย่

ลม 6 ประเภท (subdivisions ↔ Vata sub-doshas)

ภาษาบาลีที่ตั้งใกล้ Vata sub-dosha
อุทธังคมาวาตาลมขึ้นเบื้องสูงPrana — หายใจ-สมอง
อโธคมาวาตาลมลงเบื้องต่ำApana — ขับถ่าย-คลอด
กุจฉิสยาวาตาลมในท้องSamana — ย่อย-ดูดซึม
โกฏฐาสยาวาตาลมในไส้Vyana-related — peristalsis
อังคมังคานุสารีวาตาลมแล่นทั่วร่างVyana — circulation
อัสสาสะปัสสาสะวาตาลมหายใจPrana — respiration

ภาวะ 3 ระดับของลม

ภาวะอาการเทียบ pathology
กำเริบ (Vridhi)ท้องอืด เรอ ปวดศีรษะ วิงเวียน นอนไม่หลับ ใจสั่น ผิวแห้ง วิตกกังวลAnxiety, IBS, vertigo, insomnia, autonomic dysreg
หย่อน/พร่อง (Kshaya)เคลื่อนไหวฝืด ขี้เกียจ พูดเบา หายใจตื้น พลังงานต่ำHypotonia, fatigue, ileus, hypotension
พิการ (Vikriti)ลมขึ้นเบื้องสูง หน้ามืดเป็นลม ลมจุกอก ชาปาก-ตา-มือ ลมในเส้นSyncope, TIA-like, neuropathy, seizure

3.4 ไฟ (Pitta) — แรงเปลี่ยนของกาย

ลักษณะของผู้มี Pitta เด่น

โครงสมส่วน ผิวอบอุ่น สีออกแดง ผมบาง ตาคม ใจร้อน ฉลาด มุ่งมั่น แข่งขัน หิวบ่อย ทนหนาวดี ทนร้อนแย่

ไฟ 4 ประเภท (sub-types)

ภาษาบาลีหน้าที่ใกล้ Pitta sub-dosha
สันตัปปัคคีความอบอุ่นของกายBhrajaka — body warmth
ปริฑยหัคคีไฟอักเสบ-ไข้Sadhaka/Ranjaka — inflammation
ชิรณัคคีไฟแห่งความชรา
ปริณามัคคีไฟย่อยอาหาร (Agni — แกนสุขภาพ)Pachaka — digestive fire

หมายเหตุ: ปริณามัคคี (Agni) เป็นแกนสุขภาพ — Agni ดี → ย่อยดี → ไม่เกิด Ama (พิษค้าง) → โรคไม่เกิด; Agni ผิด → Ama → NCD chronic

ภาวะ 3 ระดับของไฟ

ภาวะอาการเทียบ pathology
กำเริบแสบกระเพาะ ผื่นแดง ปวดศีรษะร้อน ตาแดง ปัสสาวะร้อน ฉุนเฉียวGERD, dermatitis, HT, hyperthyroid, fever
หย่อน/พร่องมือ-เท้าเย็น เบื่ออาหาร ย่อยช้า ซีด อ่อนเพลียHypothyroid, dyspepsia, anemia, hypothermia
พิการไฟแลบเบื้องต่ำ ปัสสาวะเป็นเลือด ตกเลือด ดีซ่าน ตับอักเสบรุนแรงGI bleed, jaundice, hepatitis, sepsis

3.5 น้ำ (Kapha) — แรงคงอยู่ของกาย

ลักษณะของผู้มี Kapha เด่น

โครงร่างใหญ่ ผิวขาวใส ชุ่มชื้น ผมดกหนา ตาโต-ใส หลับลึก ขี้เซา สงบเนิบ จำได้ดี อึด ทนหนาว-ร้อนพอกัน เพิ่มน้ำหนักง่าย

ของเหลว 12 ประเภทในกรอบน้ำ

ปิตตัง (น้ำดี) • เสมหัง (เสมหะ) • ปุพโพ (น้ำเหลือง) • โลหิตัง (เลือด) • เสโท (เหงื่อ) • เมโท (ไขมัน) • อัสสุ (น้ำตา) • วสา (น้ำเลี้ยง) • เขโฬ (น้ำลาย) • สิงฆาณิกา (น้ำมูก) • ลสิกา (น้ำในข้อ) • มุตตัง (ปัสสาวะ)

ภาวะ 3 ระดับของน้ำ

ภาวะอาการเทียบ pathology
กำเริบเสมหะมาก คัดจมูก บวมน้ำ น้ำหนักขึ้น ง่วงซึม เซื่องซึมAllergic rhinitis, edema, obesity, depression, hypothyroid
หย่อน/พร่องปากแห้ง ผิวแห้ง น้ำตาน้อย ท้องผูก ปัสสาวะน้อย กระดูกเสียดสีSicca, OA, dehydration, sarcopenia
พิการน้ำเป็นพิษ ตกขาวมีกลิ่น เสมหะเป็นเลือด-เหลือง น้ำเหลืองเสีย หนองPus, abscess, malignant effusion, lymphoma

3.6 Prakriti vs Vikriti — กรอบวินิจฉัย 2 ชั้น

มิติธาตุประจำตัว (Prakriti)ตรีโทษปัจจุบัน (Vikriti)
ความหมายConstitution กำเนิดภาวะวันนี้
เปลี่ยนแปลงคงที่ตลอดชีวิตเปลี่ยนตามฤดู วัย วิถี
ใช้งานPrognosis, prevention, lifestyle planDiagnosis, prescription
ประเมินจากลักษณะกาย-อุปนิสัย-ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมอาการปัจจุบัน + ลิ้น + ชีพจร + สมุฏฐาน
คนส่วนใหญ่Dual constitution (เช่น V-P, P-K) ~70%มักมี dosha กำเริบ 1–2 ตัว

3.7 รูปแบบการบันทึก V/P/K

ตัวอย่าง 1: ผู้ชาย 45 ปี Prakriti: V20/P55/K25 (ไฟเด่น) Vikriti วันนี้: ไฟกำเริบ 70%, ลมหย่อน 20%, น้ำปกติ สมุฏฐาน: ฤดูร้อน + อาหารเผ็ด + นอนดึก + เครียดงาน Plan: ลด-ปรับ-เสริม-รักษา (ดูบท 8) ตัวอย่าง 2: หญิงสูงวัย 72 ปี Prakriti: V40/P30/K30 (ลม + balanced) Vikriti: ลมกำเริบ 60%, น้ำหย่อน 30%, ไฟปกติ สมุฏฐาน: ปัจฉิมวัย + ฤดูหนาว + ความเหงา Plan: เพิ่มความอุ่น-ชื้น + นวด + อาหารต้ม-มัน
BRIDGE
ตรีโทษ ↔ Tridosha ของอายุรเวท ≈ constitutional medicine ในแพทย์แผนจีน (体质论) | Prakriti ≈ genetic + epigenetic baseline | Vikriti ≈ allostatic load + acute disease state | Agni ↔ digestive function + microbiome health | Ama ↔ chronic low-grade inflammation + metabolic toxicity (เชื่อมกับ leaky gut, AGEs, ROS)
CLINIC
ในการพบครั้งแรกของ NCD ลองประเมิน Prakriti 5 นาทีจาก ลักษณะกาย + อุปนิสัย + ตอบสนองต่อความร้อน-เย็น แล้วบันทึก V/P/K % — ครั้งหลัง update เฉพาะ Vikriti ทำให้เห็นว่าผู้ป่วย "เพี้ยนจากตัวเอง" ทางไหน
เคส
ชาย 45 ปี IT engineer Prakriti V25/P50/K25 — มา OPD ด้วย GERD, HT 150/95, นอนไม่หลับ — Vikriti: ไฟกำเริบ 60% (GERD, HT, ใจร้อน) + ลมกำเริบ 30% (insomnia, anxiety) + น้ำปกติ — สมุฏฐาน: ฤดูร้อน + กาแฟ 4 แก้ว + กินเผ็ด + นอน 02.00 — แผน: ลด (กาแฟ-เผ็ด) + ปรับ (วินัยนอน) + เสริม (ขมิ้น 500 mg PC + อบเชย) + รักษา (ARB ถ้า BP ไม่ลง)
คำถามทบทวน
Q1. ทำไมแพทย์แผนไทยใช้ "ธาตุ 3" ในการวินิจฉัย แทน "ธาตุ 4"?
A. ธาตุดินเป็นโครงสร้างที่ "พิการได้ยาก" — รวมไว้ในธาตุน้ำเมื่อวิเคราะห์โรค ส่วนลม-ไฟ-น้ำเป็น functional drives ที่หมุนเปลี่ยนได้ตรงกับ pathophysiology จริง และตรงกับ Tridosha ของอายุรเวทเชื่อมกับวรรณกรรมสากลได้
Q2. Prakriti ต่างจาก Vikriti อย่างไร?
A. Prakriti = constitution กำเนิด (คงที่) ใช้ planning + prognosis / Vikriti = ภาวะปัจจุบัน (เปลี่ยนได้) ใช้ diagnosis + prescription
Q3. "ลมพิการ" ต่างจาก "ลมกำเริบ" อย่างไร?
A. กำเริบ = ทำงานเกิน (anxiety, IBS, vertigo) เปลี่ยนวิถีและสมุนไพรกลับได้ / พิการ = corruption รุนแรง (syncope, neuropathy, seizure-like) ต้องการ specialist
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม

บทที่ 4 สมุฏฐานวินิจฉัย — สาเหตุของโรค 6 ประการ

คำถามนำ: ทำไมแพทย์แผนไทยจึงถามผู้ป่วยเรื่องฤดู วัย และที่อยู่อาศัยก่อนวินิจฉัย
หัวใจของบท
  • สมุฏฐาน = "เหตุของโรค" 8 ประการ (อุตุ–อายุ–กาล–ประเทศ–พฤติกรรม–อิริยาบถ–จิต/อารมณ์–ผิดธรรมชาติ) ครอบคลุม intrinsic + extrinsic + temporal + behavioral + emotional
  • กรอบสมุฏฐาน 8 = SDoH ของแพทย์แผนไทย — ทับซ้อน WHO Commission on SDoH + chronobiology + behavioral medicine
  • เครื่องมือ "checklist สมุฏฐาน" ใช้ในการซักประวัติได้ทุกหน่วยบริการ ไม่จำกัด PCU
  • วินิจฉัยแบบ pattern: ระบุสมุฏฐานเด่น → เลือกแผนแก้ที่เหตุนั้น
  • ใน HIS ปัจจุบันสามารถบันทึกสมุฏฐานเป็น "additional context" คู่กับ ICD-11 TM2
สมุฏฐาน 6 เหตุของโรค ธาตุ Constitution อุตุ Season อายุ Age stage กาล Time-of-day ประเทศ Environment พฤติกรรม Lifestyle
รูปที่ 4.1 — สมุฏฐาน 6 ประการ: กรอบ "เหตุของโรค" ที่ทับซ้อน WHO Social Determinants of Health + chronobiology

4.1 สมุฏฐาน 6 ประการ

สมุฏฐานความหมายเทียบ modernตัวอย่างคำถามซักประวัติ
1. ธาตุสมุฏฐานความวิปริตของธาตุภายในConstitution + endogenous pathology"ธาตุประจำตัว (Prakriti) ของคุณเป็นแบบใด — ลม ไฟ หรือ น้ำ?"
2. อุตุสมุฏฐานฤดูกาลSeasonal physiology, allergen exposure"อาการเป็นมากในฤดูใด?"
3. อายุสมุฏฐานช่วงวัย (ปฐม–มัชฌิม–ปัจฉิม)Age-specific risk, developmental stage"เริ่มเป็นตอนอายุเท่าไร?"
4. กาลสมุฏฐานเวลาในรอบวันCircadian rhythm, chronotype"อาการแย่ตอนเช้า สาย หรือเย็น?"
5. ประเทศสมุฏฐานภูมิประเทศ-สิ่งแวดล้อมBuilt environment, environmental health"บ้านอยู่ในเมือง ชนบท ใกล้โรงงานไหม?"
6. พฤติกรรมสมุฏฐานกิน นอน เคลื่อนไหว ขับถ่ายLifestyle medicine, behavioral medicine"กิจวัตรประจำวันใน 24 ชม. เป็นอย่างไร?"

4.2 Checklist สมุฏฐาน — ใช้ในการซักประวัติ

เปิด checklist (8 บรรทัด)
  • □ ธาตุประจำตัว (Prakriti — V/P/K) / โรคประจำครอบครัว
  • □ ฤดูที่อาการรุนแรง
  • □ ช่วงวัย: เด็ก / วัยทำงาน / สูงอายุ
  • □ ช่วงเวลาที่อาการแย่ที่สุดในวัน
  • □ ที่อยู่อาศัย: ภูมิภาค / urban-rural / มลพิษ
  • □ พฤติกรรมการกิน 24 ชม.
  • □ การนอน: เวลาเข้านอน-ตื่น
  • □ การเคลื่อนไหว / ออกกำลังกาย
  • □ การขับถ่าย / ปัสสาวะ
  • □ ความเครียด-ความสัมพันธ์

4.3 ตัวอย่างวินิจฉัยแบบสมุฏฐาน

โรคสมุฏฐานหลักแผนรักษา
LBP เรื้อรัง office workerพฤติกรรม + ประเทศ (โต๊ะทำงาน)ergonomics + นวด + ฤาษีดัดตน
Dyspepsia ผู้สูงอายุอายุ + กาล (กินดึก)time-restricted eating + ยาธาตุบรรจบ
Insomnia วัยทองธาตุ (ลมกำเริบ) + กาลsleep hygiene + ขี้เหล็ก/ดอกไม้จีน
Allergic rhinitis ฤดูฝนอุตุ + ธาตุ (เสมหะ)หลีกเลี่ยง trigger + ฟ้าทะลายโจร + ประคบ
BRIDGE
สมุฏฐาน 6 ↔ WHO Social Determinants of Health + chronobiology + life-course epidemiology + environmental medicine — แพทย์แผนไทยรวบทุกอย่างไว้ในกรอบเดียวมานานหลายร้อยปี
CLINIC
ในผู้ป่วย NCD ที่ "ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น" 80% มีสมุฏฐานหลักไม่ใช่ "ธาตุ" แต่เป็น "พฤติกรรม + ประเทศ + กาล" — ลอง ใช้ checklist 4.2 ก่อน escalate ยา
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. 6 สมุฏฐานต่างจาก ROS ของแผนปัจจุบันอย่างไร?
A. ROS = สำรวจอาการตามระบบกาย / สมุฏฐาน = สำรวจ "เหตุ" รวมสิ่งแวดล้อม-วัย-ฤดู-วิถี — เห็น context ของผู้ป่วยมากกว่า

บทที่ 5 กายวิภาคไทย และเส้นประธาน 10

คำถามนำ: เส้นประธาน 10 มีจริงไหมในมุม anatomy ของแผนปัจจุบัน — และทำไม Anatomy Trains ทำให้เราเข้าใจมันได้
หัวใจของบท
  • กายวิภาคไทยมี "อาการ 32" = inventory ของส่วนประกอบกาย (กระดูก เนื้อ เส้น เลือด น้ำ ลม ฯลฯ)
  • เส้นประธาน 10 = แนวพลังงาน-สัมผัสที่ใช้ในนวด ไม่ใช่ "เส้นประสาท" ตามแผนปัจจุบัน — ใกล้เคียง myofascial meridians ของ Myers
  • 3 เส้นกลาง: อิทา ปิงคลา สุมนา — แนวกระดูกสันหลัง / 7 เส้นข้าง: กาลทารี-สหัสรังสี-ทวารี-จันทภูสัง-รุชำ-สิกขินี-สุขุมัง
  • "จุดสัญญาณ/จุดอันตราย" ทับซ้อน trigger points และ neurovascular bundles — สำคัญทาง patient safety
  • ความรู้นี้ใช้ในการประเมิน MSK pain เลือกหัตถการ และส่งต่ออย่างปลอดภัย

5.1 อาการ 32 — โครงสร้างพื้นฐาน

อาการ 32 จัดเป็น 4 หมวดตามธาตุ: ดิน (กระดูก-เนื้อ-เอ็น-เล็บ-ฟัน-ผิว ฯลฯ) / น้ำ (เลือด-น้ำเหลือง-น้ำดี-เสมหะ-น้ำลาย ฯลฯ) / ลม (ลมหายใจ-ลมลงเบื้องสูง-ลมลงเบื้องต่ำ ฯลฯ) / ไฟ (ไฟย่อยอาหาร-ไฟอุณหภูมิ ฯลฯ) — ใช้เป็น checklist ในการซักประวัติได้

5.2 เส้นประธาน 10 — ตำแหน่งและ correlates

เส้นแนววิ่ง (สรุป)Modern correlate
อิทาซ้ายของกระดูกสันหลัง สะโพก-คอLeft paraspinal myofascia + sympathetic chain
ปิงคลาขวาของกระดูกสันหลัง สะโพก-คอRight paraspinal myofascia + sympathetic chain
สุมนากลางลำตัว สะโพก-ลิ้นไก่Linea alba + diaphragm + pelvic floor (core)
กาลทารีแขน-ขา ทั่วร่างกายBrachial + lumbosacral plexus distribution
สหัสรังสีตาซ้าย ใบหน้า-คอLeft cervical plexus + trigeminal V1-V2
ทวารีตาขวา ใบหน้า-คอRight cervical plexus + trigeminal V1-V2
จันทภูสังหูซ้ายLeft great auricular + lesser occipital
รุชำหูขวาRight great auricular + lesser occipital
สิกขินีอวัยวะเพศ-ทวารหนักPudendal + perineal nerves
สุขุมังทวารหนัก ก้นกบCoccygeal plexus + pelvic floor

5.3 เปรียบ Anatomy Trains (Myers)

Myofascial Lineเส้นประธานที่ใกล้ความสำคัญทางคลินิก
Superficial Back Lineอิทา + ปิงคลา (รวม)Tension headache, hamstring tightness
Lateral Lineกาลทารี (ส่วนข้าง)Iliotibial pain, hip stability
Spiral Lineกาลทารี (ส่วนเฉียง)Postural torsion, scoliosis
Deep Front LineสุมนาCore stability, breathing dysfunction

5.4 จุดสัญญาณ/จุดอันตราย ที่ MD ต้องระวัง

CAUTION
จุดที่ห้ามกดแรง: คอด้านข้าง (carotid sinus), รักแร้ (brachial plexus), ขาหนีบ (femoral A/N), ใต้ลิ้นปี่ (xiphoid + abd aorta), ก้นกบ (sacral plexus) — โดยเฉพาะใน anticoagulant, severe HT, malignancy at site
CLINIC
ผู้ป่วย office syndrome ที่ปวดบ่า-คอ ลองคลำเส้นอิทา-ปิงคลา 2 ข้างเทียบกัน — ฝั่งที่ตึงและกดเจ็บมักเป็นด้าน dominant arm ที่ใช้ mouse — แนะนำ Anatomy Trains' SBL stretch + นวดราชสำนัก
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. เส้นปิงคลาสัมพันธ์กับโครงสร้างใดของแผนปัจจุบัน?
A. Right paraspinal myofascial chain + right sympathetic trunk; ในงานนวดกดบริเวณนี้ → ผลต่อ autonomic balance

บทที่ 6 รสยา 9 รส และหลักการบำบัด-ป้องกัน

คำถามนำ: รส 9 รสไม่ใช่แค่ "รสในปาก" — มันคือ classification system ของยาที่เชื่อมกับสรีรวิทยา
หัวใจของบท
  • 9 รส = functional classification ของสารธรรมชาติ ทับซ้อนกับ phytochemical class ของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
  • หลักบำบัด 4: กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง ใช้เลือกรสยาให้ตรงสมุฏฐาน
  • หลักป้องกัน = "ปกติวิถี" ครอบคลุมอาหาร นอน เคลื่อนไหว ขับถ่าย จิตใจ — ทาบกับ lifestyle medicine 6 pillars
  • ตารางรส 9 ในบทนี้ทำให้เลือกสมุนไพรในตู้คลินิกได้ถูกรส
  • ปกติวิถี ≠ "ของชาวบ้าน" แต่เป็นแกนของการป้องกันโรค NCD
9 รส Functional class ฝาด tannin หวาน polysacc เปรี้ยว org acid เค็ม salt มัน lipid หอมเย็น terpene ขม iridoid เมาเบื่อ alkaloid เผ็ดร้อน capsaicin
รูปที่ 6.1 — รสยา 9 รส = Functional Classification ที่ทับซ้อนกับ phytochemical classes ของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน

6.1 ตาราง 9 รส

รสฤทธิ์หลักเคมีที่เด่นตัวอย่างสมุนไพร
ฝาดสมาน หยุดเลือด หยุดถ่ายTanninsเปลือกมังคุด ฝรั่งใบ
หวานบำรุงกำลัง ชุ่มคอPolysaccharides, glycosidesชะเอม กระเจี๊ยบ
เมาเบื่อแก้พิษ ฆ่าพยาธิAlkaloidsเพชรสังฆาต ฟ้าทะลายโจร
ขมลดไข้ ขับน้ำดี เจริญอาหารIridoids, sesquiterpene lactonesบอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร
เผ็ดร้อนขับลม ขับเหงื่อ บำรุงไฟธาตุCapsaicinoids, gingerolsพริก ขิง พริกไทย
มันบำรุง บำรุงเส้น ระบายLipids, omega FAงา ถั่วลิสง
หอมเย็นบำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่นVolatile terpenoidsดอกมะลิ การบูร
เค็มซึมซับ รักษาแผล ขับเสมหะMineral saltsเกลือสมุทร
เปรี้ยวขับเสมหะ ระบาย แก้กระหายOrganic acidsมะนาว มะขาม

6.2 หลักบำบัด 4 ประการ

หลักใช้เมื่อรสยาที่เลือกตัวอย่างเวชปฏิบัติ
กลับธาตุธาตุวิปริตเลือกตามธาตุที่ผิดปกติลมกำเริบ → รสเผ็ดร้อน + นวด
ขับของเสียคั่งขม-เผ็ดร้อน-เปรี้ยวเสมหะค้าง → ฟ้าทะลายโจร
สงบอาการรุนแรงหวาน-หอมเย็น-มันfever → ยาเขียว, anxiety → ดอกไม้จีน
บำรุงฟื้นฟู หลังป่วยหวาน-มัน-ฝาดpost-illness → ตำรับตรีเกสรมาศ

6.3 ปกติวิถี — หลักป้องกันแบบไทย

มิติหลักไทยเทียบ Lifestyle Medicine
อาหารกินตามธาตุ-ฤดู, รส 9 ครบ, อย่ากินเกินWhole-food plant-predominant diet
นอนนอนก่อนสามทุ่มถึงตีห้าSleep 7–9 hr, sleep hygiene
เคลื่อนไหวฤาษีดัดตน เดินจงกรมPhysical activity 150 min/wk
ขับถ่ายทุกเช้าหลังตื่นBowel regularity, hydration
ใจสมาธิ อานาปานสติ ปล่อยวางStress management, mindfulness
สิ่งแวดล้อมบ้านโปร่ง เย็น สงบBuilt environment health
BRIDGE
6 pillars ของ American College of Lifestyle Medicine (nutrition, physical activity, sleep, stress, social connection, avoid toxins) ตรงกับ "ปกติวิถี" แทบทุกข้อ — แพทย์แผนไทยมองข้อนี้เป็น "ระดับสูงสุดของการรักษา"
CLINIC
ในผู้ป่วย NCD เกือบทุกราย คำสั่ง "ปรับวิถี" ก่อนสั่งยาให้ผลที่ดี และมีหลักฐานสนับสนุน (ดู Ornish reversal trials, DiRECT trial เบาหวานชนิด 2)
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. รสขมมีกลไกใดในการลดไข้?
A. สาร iridoids/sesquiterpene lactones (เช่น andrographolide) → ยับยั้ง NF-κB → ลด IL-6, TNF-α → ลดไข้ + ลดอักเสบ
Q2. ปกติวิถีกี่ประการ และสอดคล้อง lifestyle medicine อย่างไร?
A. 6 ประการ (อาหาร นอน เคลื่อนไหว ขับถ่าย ใจ สิ่งแวดล้อม) ทาบ 6 pillars ของ ACLM แทบ 1:1

ภาคที่ 3 เวชกรรมไทย — ศาสตร์การวินิจฉัยและรักษา

เวชกรรมไทยเป็นศาสตร์ของการตรวจ วินิจฉัย และวางแผนการรักษา ภาคนี้รวมการตรวจร่างกาย คัมภีร์โรคหลัก หลักการรักษา และการเชื่อมรหัสกับ ICD-11/TM2 เพื่อให้ MD สนทนากับแพทย์แผนไทยและบันทึกข้อมูลใน HIS ได้

บทที่ 7 การตรวจวินิจฉัยและคัมภีร์โรคหลัก

คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยตรวจคน เขาดูอะไรและคิดอะไรในใจ
หัวใจของบท
  • การตรวจร่างกายแบบไทย: ตา-ลิ้น-ชีพจร-เส้น-สี-กลิ่น-เสียง + ซักประวัติแบบสมุฏฐาน 6
  • คัมภีร์โรคหลัก ≈ "specialty textbook" ของแผนไทย — แต่ละคัมภีร์ดูแลกลุ่มโรคหนึ่งกลุ่ม
  • คัมภีร์ที่ใช้บ่อย: ตักศิลา (ไข้), ธาตุวิภังค์ (ธาตุพิการ), กษัย (โรคเรื้อรัง-ผอม), มหาโชตรัตน์-ปฐมจินดา (สตรี-เด็ก)
  • SOAP แบบ integrative: ใส่ "ธาตุ" "สมุฏฐาน" "คัมภีร์" ไว้ใน Assessment เพื่อสนทนากับแพทย์แผนไทย
  • การฟังภาษาแผนไทยจากผู้ป่วยแล้ว "แปล" ได้ทำให้ลด miscommunication ในงาน OPD

7.1 การตรวจร่างกายแบบไทย

สิ่งที่ตรวจดูอะไรเทียบ modern
ตาสี ความใส น้ำตาConjunctiva, sclera (anemia, jaundice, dehydration)
ลิ้นสี ฝ้า รูปร่าง รอยTongue exam (dehydration, anemia, candidiasis, B12 deficiency)
ชีพจรตำแหน่ง ลักษณะ จังหวะPulse exam (rate, rhythm, character)
เส้นคลำเส้นประธาน 10Myofascial palpation (trigger points)
สีผิวหน้า ผิวกายPallor, cyanosis, jaundice
กลิ่นลมหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะKetotic, uremic, foul (DM, CKD, infection)
เสียงเสียงพูด เสียงไอHoarseness, stridor, productive cough

7.2 คัมภีร์โรคหลัก ที่ MD ควรรู้จัก

คัมภีร์ดูแลกลุ่มโรคICD/MD parallel
ตักศิลาไข้ 26 ประเภท: ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้สันนิบาตInfectious dz, sepsis, FUO
ธาตุวิภังค์ธาตุพิการ 4 ธาตุConstitutional pathology, syndrome diagnosis
กษัยโรคเรื้อรัง ผอม ซูบ 26 จำพวกChronic wasting, cachexia, NCD complications
มุขโรคโรคในช่องปาก-คอหอยOral medicine, ENT
อภัยสันตาตาOphthalmology
มหาโชตรัตน์ + ชวดารสตรี (มดลูก ระดู)Gynecology
ปฐมจินดาสตรี + เด็กObstetrics + Pediatrics
โรคนิทาน + กระษัยกล่อนโรคทางเดินปัสสาวะ-ระบบสืบพันธุ์ชายUrology, Andrology

7.3 SOAP แบบ Integrative — ตัวอย่าง

เปิดตัวอย่าง SOAP
S: ปวดท้องบนซ้าย แสบร้อน 2 สัปดาห์ แย่หลังกินเผ็ด พักฟื้นไม่ทัน นอนดึก ตี 1 ทุกวัน เกิด พ.ค. ธาตุไฟ O: BP 138/86 BMI 26 ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรเร็ว Epigastric tenderness, no peritonitis A: GERD (ICD-10 K21.0) overlap 'ไฟกำเริบ + กาลสมุฏฐาน' คัมภีร์: ธาตุวิภังค์ (ไฟ) P: 1) Esomeprazole 20 mg OD x 4 wks 2) แนะนำ time-restricted eating (12-hr window) 3) งดเผ็ด-คาเฟอีน 2 wks 4) ส่งปรึกษาแพทย์แผนไทยเพื่อปรับธาตุ 5) FU 4 wks
CLINIC
ขอแค่ใส่ "ธาตุ + สมุฏฐานหลัก + คัมภีร์" ไว้ใน Assessment ของ SOAP ก็พอให้ทีมสหวิชาชีพอ่านเข้าใจตรงกัน — ไม่ต้องเขียนยาวเกิน 2 บรรทัด
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. ลิ้นที่มีฝ้าหนาสีเหลืองสะท้อนภาวะใดในแพทย์แผนไทย?
A. "ไฟกำเริบ + เสมหะคั่ง" — ทาบกับ chronic GERD, oral candidiasis ใน DM, hepatic congestion

บทที่ 8 หลักการรักษาและการเชื่อมกับ ICD-11/TM2

คำถามนำ: เมื่อแพทย์แผนไทยตั้งโรคแล้ว เขารักษาด้วยกรอบใด — และระบบ HIS รองรับอย่างไร
หัวใจของบท
  • หลักการรักษา 4 ประการ: กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง เลือกตามสมุฏฐาน
  • Sequence ที่แนะนำ: ปรับวิถี → สมุนไพร → หัตถการ → ปรึกษาเฉพาะทาง
  • WHO ICD-11 บรรจุ TM2 module (Traditional Medicine Conditions, Module 2) ตั้งแต่ 2019 — บันทึก dual coding ได้
  • ในระบบ HOSxP/JHCIS เพิ่มฟิลด์ TM2 code คู่กับ ICD-10/11 → เบิก UC ได้ตามประกาศ
  • การรู้รหัส TM2 ช่วยให้ MD เห็น "เพื่อน" ของ ICD โรคที่คุ้นเคย เช่น migraine ↔ ลมปะกัง

8.1 หลักการรักษา 4 ประการ

หลักเป้าหมายเครื่องมือหลักตัวอย่างคลินิก
กลับธาตุคืนสมดุลธาตุที่วิปริตยารส + ปรับวิถีลมกำเริบ → ขิง+เผ็ดร้อน+นวด
ขับกำจัดของเสีย/พยาธิยาขม-เผ็ดร้อน-ระบายหนองคั่ง → ฟ้าทะลายโจร, มะขามแขก
สงบระงับอาการรุนแรงยาเขียว ยาเย็น สมาธิfever → ยาเขียว / pain → ลูกประคบ
บำรุงฟื้นฟูพละกำลังยารสหวาน-มัน, ตำรับบำรุงpost-illness → ตรีเกสรมาศ

8.2 Sequence of Care

1. ปรับวิถี (Lifestyle) อาหาร นอน เคลื่อนไหว สมาธิ • 80% ของผู้ป่วย NCD เริ่มที่นี่ 2. สมุนไพร (Phytotherapy) ยาเดี่ยว → ตำรับในบัญชียาหลัก • monitor drug-herb 3. หัตถการ (Manual / Heat) นวด ประคบ อบไอน้ำ • ตรวจ contraindication ก่อน 4. ส่งต่อ / Specialist แพทย์แผนไทยเฉพาะทาง / แผนปัจจุบัน เป้า: สมดุล ↑ Escalate ถ้าไม่ดีขึ้น 4-8 wks มากที่สุด น้อย
รูปที่ 8.1 — Sequence of Care: เริ่มจากปรับวิถีก่อน escalate ตามลำดับ จุดประสงค์คือกลับสู่สมดุลด้วยวิธีที่เบาที่สุดที่ได้ผล

8.3 ICD-11 TM2 — ภาพรวม

WHO ICD-11 Chapter 26 (Traditional Medicine Conditions, Module 1) ดูแลแพทย์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ส่วน Module 2 ที่กำลังพัฒนาดูแล Ayurveda/Siddha/Unani และคาดว่าครอบคลุมแพทย์แผนไทยในรอบถัดไป — ในประเทศไทยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ออก "รหัสมาตรฐานแพทย์แผนไทย" ไว้ใช้คู่กับ ICD-10

8.4 ตารางเทียบรหัส (สั้น)

คำวินิจฉัยแผนไทยICD-10ความใกล้เคียง
ลมปะกังG43 (Migraine)Migraine + tension headache
ริดสีดวงK64Haemorrhoids — ตรงเลย
ลมจับโปงM19OA + arthralgia
กษัยกล่อนN40 / N41BPH / chronic prostatitis
เลือดลมไม่ดีI99 / N94.6Vasomotor symptoms / dysmenorrhea
ไข้พิษA41 / A39Sepsis / meningococcemia
ตานขโมยE64.0 / B82.0PEM + helminthiasis (เด็ก)
ลมในเส้นM79.7 / G62.9Myofascial / peripheral neuropathy
BRIDGE
ในระบบ HOSxP/JHCIS ใส่ field "TM Code" ใต้ ICD-10 → ระบบ NHSO (สปสช.) ยอมรับสำหรับการเบิก หัตถการแพทย์แผนไทยและยาในบัญชียาหลักจากสมุนไพร
CLINIC
หัตถการที่เบิกได้ใน UC (สปสช.) เช่น นวดราชสำนักรักษา / ประคบสมุนไพร / อบไอน้ำ — ต้องมี ICD + รหัสหัตถการแพทย์แผนไทยคู่กัน ดูประกาศกรมฯ ฉบับล่าสุด
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. หลักการรักษา 4 ประการของแพทย์แผนไทยมีอะไรบ้าง?
A. กลับธาตุ–ขับ–สงบ–บำรุง
Q2. ICD-11 TM2 ครอบคลุมระบบใดบ้าง?
A. M1 ครอบคลุม TCM/Kampo/Korean / M2 (กำลังพัฒนา) ครอบคลุม Ayurveda, Siddha, Unani และอนาคตคาดว่ารวม TTM

ภาคที่ 4 เภสัชกรรมไทย — ศาสตร์แห่งยา

ครอบคลุมตัวยา การปรุง ตำรับ และความปลอดภัย เน้นความรู้ใช้งานจริงในการสั่งจ่าย ให้คำแนะนำผู้ป่วย และเฝ้าระวังร่วมยาแผนปัจจุบัน

บทที่ 9 ตัวยา รส และการปรุง 28 วิธี

คำถามนำ: ทำไม "ต้ม" กับ "ฝน" สมุนไพรจึงให้ฤทธิ์ไม่เหมือนกัน
หัวใจของบท
  • ตัวยา 9 ประเภท: พืชวัตถุ–สัตววัตถุ–ธาตุวัตถุ (ส่วนใหญ่เป็นพืช)
  • การปรุง 28 วิธีสร้าง chemistry transformation เปลี่ยน bioavailability และ pharmacokinetics
  • "ต้ม" = สกัดน้ำ-polyphenols / "ดอง" = สกัดด้วยแอลกอฮอล์ ได้ alkaloids / "ฝน" = สดใหม่ มี volatile
  • "เผาให้เป็นด่าง" = calcination ได้ alkali — ใช้เปลี่ยน mineral form
  • คุณภาพยา: Thai Herbal Pharmacopoeia (THP) + GMP — ดูสี กลิ่น ความชื้น สารปนเปื้อนเบื้องต้น

9.1 ตัวยา 9 ประเภท

หมวดประเภทตัวอย่าง
พืชวัตถุ1. ราก-เหง้า-หัวขมิ้น ขิง บอระเพ็ด
2. เปลือก-แก่น-เนื้อไม้เปลือกมังคุด แก่นจันทน์
3. ใบ-ดอก-ผล-เมล็ดฟ้าทะลายโจร ดอกมะลิ ลูกซัด
สัตววัตถุ4. ทั้งตัวจิ้งจก (ในตำราโบราณ)
5. อวัยวะเขากุย น้ำดีหมี (ปัจจุบันเลี่ยง)
6. สิ่งที่ปล่อยออกน้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง
ธาตุวัตถุ7. ธาตุสลายตัวเกลือ น้ำปูนใส
8. ธาตุสลายตัวยากดินสอพอง ปูนแดง
9. ธาตุไม่สลายตัวเพชร พลอย (เคยใช้บดในตำรับเก่า)

9.2 การปรุงยา 28 วิธี — กลุ่มที่ใช้บ่อย

วิธีทำอย่างไรผลทางเคมี
ต้มเคี่ยวกับน้ำ 30-60 นาทีสกัด polysaccharides, polyphenols ที่ละลายน้ำได้
ดองแช่ในเหล้าขาว 7-15 วันสกัด alkaloids, lipophilic compounds
ฝนฝนกับหินกรานให้สดเก็บ volatile compounds, สดใหม่
บดผงบดละเอียดเพิ่ม surface area, dissolution rate
ลูกกลอนปั้นกับน้ำผึ้งปกปิดรสขม, sustained release
เผาให้เป็นด่างเผาในภาชนะปิดจนเป็นถ่านCalcination → alkali; เปลี่ยน mineral form
สะตุเผาในไฟอ่อนกับน้ำมะนาวเปลี่ยน chemistry ลด toxicity (เช่นยา arsenic)
กลั่นกลั่นด้วยไอน้ำแยก essential oil

9.3 ผลของวิธีปรุงต่อ Bioavailability

9.4 คุณภาพยาและ THP

เกณฑ์ข้อมูล
IdentityMacroscopic + microscopic + TLC
PurityForeign matter, ash, moisture < 10%
StrengthMarker compound (HPLC)
SafetyHeavy metals, aflatoxin, microbial limits
CAUTION
ระวังยาลูกกลอน "ปลอม" ที่ผสม steroid (dexamethasone) หรือ NSAID — สังเกต: ออกฤทธิ์เร็วผิดปกติ ผู้ใช้นานๆ จะมี Cushingoid feature, GI bleed (ดูบทที่ 11)
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. การปรุง "เผาให้เป็นด่าง" คืออะไร?
A. Calcination — เผาในภาชนะปิดให้เป็นด่าง/อัลคาไล เปลี่ยน mineral chemistry เพื่อลดพิษ/เพิ่ม solubility ใช้กับยาธาตุประเภท เช่น ดินสอพอง ปูนขาว

บทที่ 10 ตำรับยาและบัญชียาหลักแห่งชาติ

คำถามนำ: ทำไมตำรับยาไทยจึงมีตัวยา 5–10 ตัว ในขณะที่ยาแผนปัจจุบันส่วนใหญ่มีตัวเดียว
หัวใจของบท
  • ตำรับ = "polyherbal formulation" ออกแบบให้มี รสประธาน + รสรอง + ตัวยานำ
  • บัญชียาหลักแห่งชาติ "บัญชียาจากสมุนไพร" = ยาที่เบิกได้ในระบบ UC
  • 10 ยาที่ MD เจอบ่อย: ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้น, ขิง, ขี้เหล็ก, มะแว้ง, ห้าราก, ประสะมะแว้ง, ธาตุบรรจบ, ตรีผลา, ยาเขียว
  • การสั่งยา: ระบุ ขนาด-วิธีกิน-ระยะเวลา และ เงื่อนไขหยุด เหมือนยาแผนปัจจุบัน
  • เภสัชกรในชุมชน/รพ. มีบทบาทใน drug-herb interaction screening (บท 11)

10.1 หลักตำรับ

10.2 ยาเดี่ยว 18 ตัว ใน OD-PCU (ตัดสั้น)

ยาข้อบ่งใช้หลักขนาดผู้ใหญ่
ฟ้าทะลายโจรเจ็บคอ-ไข้-อักเสบ1.5-3 g/วัน × 3-5 วัน
ขมิ้นชันDyspepsia500 mg PC tid × 4 wks
ขิงคลื่นไส้-อาเจียน-เมา1-2 g/วัน
ขี้เหล็กนอนไม่หลับ3-5 g HS
มะแว้งเครือ/ต้นไอ-ขับเสมหะ3-6 g/วัน
เพชรสังฆาตริดสีดวง-bone fracture support500 mg-1 g tid
มะระขี้นกเบาหวาน adjunct1-2 g/วัน
กระชายดำบำรุงกำลัง500 mg-1 g/วัน
ชะพลู/ชะเอมแก้ไอ-ชุ่มคอ2-3 g/วัน
ขลู่ขับปัสสาวะ-นิ่ว5-10 g ต้ม

รายการเต็ม 18 ตัวอยู่ในภาคผนวก B

10.3 ตำรับเด่นในบัญชียาหลัก

ตำรับส่วนประกอบหลักข้อบ่งใช้
ห้าราก (เบญจโลกวิเชียร)รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายม่อม รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่ออุทุมพรลดไข้
ตรีผลาสมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อมAntioxidant + ระบาย
ตรีกฎุกขิง พริกไทย ดีปลีกระตุ้นไฟธาตุ-ขับลม
ธาตุบรรจบขิง สมอไทย ขมิ้นชัน + อื่นDyspepsia, IBS-like
ประสะมะแว้งมะแว้งต้น+เครือ + เกลือสมุทรไอ-เสมหะข้น
ยาเขียวหลายชนิด (รสเย็น-หอม)ไข้ ผื่น
ยาหอมหลายชนิด (รสหอมเย็น)วิงเวียน-ใจสั่น
หอมเทพจิตรตำรับยาหอมเป็นลม-วิงเวียน

รายการเต็ม ~70 ตำรับ + ส่วนประกอบครบ ดูภาคผนวก C

CLINIC
สั่งยาสมุนไพรในใบสั่งยา ใช้ format: ชื่อยา + รูปแบบ + ขนาด + วิธี + ระยะเวลา + เงื่อนไขหยุด เช่น "ฟ้าทะลายโจรแคปซูล 500 mg, 2 cap tid pc × 5 d, หยุดถ้าผื่น/คันคอ/ตับชา"
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลักหมวดใด ขนาดที่แนะนำ?
A. บัญชียาจากสมุนไพร — ขนาด 60 mg andrographolide ต่อวัน (≈ 1.5-3 g ผง) แบ่ง 3 มื้อ 3-5 วัน
Q2. ตำรับ "ห้าราก" มีส่วนประกอบ-ข้อบ่งใช้อะไร?
A. รากย่านาง+ชิงชี่+ท้าวยายม่อม+เท้ายายม่อม+มะเดื่ออุทุมพร — ใช้ลดไข้

บทที่ 11 ความปลอดภัยและ Drug-Herb Interactions

คำถามนำ: เมื่อผู้ป่วยใช้สมุนไพรร่วมยาแผนปัจจุบัน ความเสี่ยงคืออะไร และจัดการอย่างไรในระดับคลินิก
หัวใจของบท
  • AE ของสมุนไพรไทยจัดเป็น 4 กลุ่ม: hepatotoxic, nephrotoxic, allergic, contamination
  • ยาลูกกลอนปลอมผสม steroid/NSAID เป็นปัญหาที่พบใน OPD/ER บ่อยกว่า "ฤทธิ์ของสมุนไพรเอง"
  • Drug-herb interactions ที่ MD เจอบ่อยสุด: warfarin × ขมิ้น/ขิง/กระเทียม, insulin × มะระขี้นก, ARB × ฟ้าทะลายโจร, sedative × ขี้เหล็ก
  • ใช้ RUCAM scoring เพื่อประเมิน HILI (Herb-Induced Liver Injury)
  • Patient counseling: ถามทุกครั้ง "ทานสมุนไพร/ยาดอง/ลูกกลอนอะไรบ้าง?" — รายงาน HADR ผ่านศูนย์ HPVC

11.1 Adverse Events 4 กลุ่ม

กลุ่มตัวอย่างสมุนไพรอาการ-แล็บ
Hepatotoxicขี้เหล็ก, ขมิ้นในบางตำรับ, kava (นำเข้า)↑ AST/ALT, jaundice, encephalopathy
NephrotoxicAristolochia (ห้ามใช้แล้ว), licorice ปริมาณมาก↑ Cr, hypoK, BP สูง
Allergicฟ้าทะลายโจร, มะรุม, ดอกไม้บางชนิดผื่น, urticaria, anaphylaxis
Contaminationยาลูกกลอนปลอม, heavy metalsSteroid effect, lead/As poisoning

11.2 ยาลูกกลอนปลอม — สังเกตอย่างไร

11.3 Drug-Herb Interactions ที่พบบ่อย

คู่กลไกผลทางคลินิกการจัดการ
Warfarin × ขมิ้น/ขิง/กระเทียม↓ platelet aggregation + CYP2C9↑ INR, bleedingหยุดสมุนไพร 7-10 d ก่อนผ่าตัด, monitor INR
Insulin/Sulfonylurea × มะระขี้นก↑ insulin sensitivityHypoglycemiaลดยา 25-50%, เช็ก SMBG
ARB/ACEi × ฟ้าทะลายโจรVasodilation + immuneHypotensionBP monitoring
BZD × ขี้เหล็กGABAergic + hepatotoxicCNS depression + ↑ ALTหลีกเลี่ยงร่วม, monitor LFT
Tamoxifen × ขมิ้น/St. John's wortCYP3A4 induction↓ tamoxifen efficacyหลีกเลี่ยง
Cyclosporine × St. John's wortCYP3A4 + P-gp inductionGraft rejectionห้ามร่วม
Digoxin × ฟ้าทะลายโจร/ขมิ้นP-gp inhibition↑ digoxin levelMonitor level
Methotrexate × ฟ้าทะลายโจรOAT3 transporter↑ MTX toxicityหลีกเลี่ยง

ตารางครบในภาคผนวก E

11.4 RUCAM Score สำหรับ HILI

เกณฑ์ย่อ RUCAM
หมวดคะแนน
Time to onset+1 ถึง +2
Course after withdrawal+1 ถึง +3
Risk factors (อายุ alc)+1 ถึง +2
Concomitant drugs0 ถึง −3
Exclusion of other causes−3 ถึง +2
Previous information0 ถึง +2
Rechallenge−2 ถึง +3

≥6 = probable, ≥8 = highly probable

11.5 ระบบรายงาน HPVC

ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (HPVC) — รับรายงาน HADR ผ่าน "Thai HPVC Form" ทาง www.thaihpvc.fda.moph.go.th หรือ App "หมอพร้อม-HPVC"

CAUTION RED FLAGS
ส่งต่อด่วนเมื่อ: (1) Jaundice + ↑ AST/ALT > 3× ULN (2) AKI ใหม่ในคนใช้สมุนไพร (3) BP < 90/60 ใน ARB+ฟ้าทะลายโจร (4) Hypoglycemia < 55 mg/dL ใน DM (5) GI bleed ใน warfarin
CLINIC — Counseling Tool
ใช้ "3 H Question" ทุกครั้งที่สั่งยาใหม่: Herb (ทานสมุนไพรอะไร?), How (วิธีและขนาด?), How long (นานเท่าไรแล้ว?) — บันทึกในประวัติยาแบบเดียวกับ OTC
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ลักษณะของลูกกลอนปลอมที่ผสม steroid?
A. เม็ดเล็ก สีเข้มผิดปกติ ไม่มีฉลาก อย./ทบ. ออกฤทธิ์เร็วเกินจริง ผู้ใช้นานมี Cushingoid + adrenal suppression
Q2. RUCAM score เท่าใดที่บ่งชี้ probable hepatotoxicity?
A. ≥6 = probable, ≥8 = highly probable

ภาคที่ 5 หัตถเวชกรรม — นวดและหัตถการ

ศาสตร์ที่ใช้สัมผัสและความร้อนเพื่อปรับสมดุลธาตุ ภาคนี้รวมนวดไทยทั้งสองสายและหัตถการความร้อนหลัก พร้อมข้อบ่งใช้ ข้อห้าม และเกณฑ์ส่งต่อสำหรับทุกหน่วยบริการ

บทที่ 12 นวดไทยและเส้นประธาน 10

คำถามนำ: นวดราชสำนักและเชลยศักดิ์ต่างกันอย่างไร — และเมื่อใดที่ "ห้าม" นวด
หัวใจของบท
  • นวดไทยมี 2 สายหลัก: ราชสำนัก (กดตรงตามเส้น 10 ใช้นิ้ว/ฝ่ามือ ไม่ใช้ข้อศอก-เข่า) และ เชลยศักดิ์ (กด-ดัด-บิด ใช้ข้อศอก-เข่า ผ่อนแรงร่างกายผู้นวด)
  • กลไกวิทยาศาสตร์: gate control + descending modulation + vagal stimulation + fascial mechanotransduction
  • หลักฐาน RCT: ดีในกลุ่ม chronic LBP, tension headache, post-stroke spasticity, primary dysmenorrhea
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: DVT, fracture acute, malignancy at site, severe osteoporosis, bleeding disorder, fever >38.5°C
  • ผู้ใช้ warfarin/DOAC, anticoagulant ต้องประเมินรายตัว — ไม่ใช่ห้ามทุกคน แต่หลีกเลี่ยง deep tissue

12.1 นวดราชสำนัก vs เชลยศักดิ์

ประเด็นราชสำนักเชลยศักดิ์
เครื่องมือนิ้ว ฝ่ามือนิ้ว ฝ่ามือ ข้อศอก เข่า
ท่าผู้ป่วยนอนราบ-นั่งนอน-นั่ง-ยืน-โยก
ลักษณะกดตรง ตามเส้น 10กด-ดัด-บิด-ดึง
เป้าหมายรักษา-ปรับสมดุลคลายเครียด-ผ่อนคลาย
ความปลอดภัยเน้นหลีกเลี่ยงจุดอันตรายเสี่ยงสูงกว่าในผู้สูงอายุ-osteoporosis
การเบิก UCเบิกได้ในข้อบ่งใช้เบิกได้บางหัตถการ

12.2 ข้อบ่งใช้ที่มีหลักฐาน

ภาวะหลักฐานขนาดและความถี่
Chronic LBPCochrane review (positive low-mod evidence)30-60 นาที × 1-2 ครั้ง/wk × 4-8 wks
Tension-type headacheRCT in J Bodyw Mov Ther30 นาที × wk × 4-6 wks
Post-stroke spasticityRCTs in J Med Assoc Thai45 นาที × 2-3 ครั้ง/wk × 8 wks
Office syndromeRCTs (Thai)30-60 นาที × wk × 4-6 wks
Primary dysmenorrheaRCT30 นาทีก่อนรอบ × 3 รอบ
Insomnia (mild)Pilot RCT45 นาที × 2/wk × 4 wks

12.3 ข้อห้ามและข้อควรระวัง

CONTRAINDICATIONS (ABSOLUTE)
  • DVT (acute) — กดอาจทำให้เกิด PE
  • Fracture เฉียบพลัน / ไม่ stable
  • Severe osteoporosis (T-score < −3.0)
  • Malignancy ที่ตำแหน่งนวด
  • Bleeding disorder ไม่ควบคุม / platelet < 50k
  • Fever > 38.5°C / acute infection
  • Skin lesion / open wound ที่ตำแหน่งนวด
  • Acute MI / unstable angina (ภายใน 6 wks)
CAUTION (RELATIVE)
  • Warfarin/DOAC/heparin — เลี่ยง deep tissue, ตรวจ INR ก่อน
  • Pregnancy — เลี่ยงท้อง-ก้นกบ-ขาในไตรมาสแรก
  • Severe HT (BP > 180/110) ที่ไม่ควบคุม
  • DM with neuropathy — เลี่ยง heat ลึกที่ขา (ดูบท 13)
  • Joint replacement < 6 เดือน
  • Pacemaker / ICD — เลี่ยงกดบริเวณอุปกรณ์

12.4 เกณฑ์ส่งต่อจาก MD/PCU ไปนวดไทย

  1. วินิจฉัยและคัดกรอง red flag ของ MSK/neuro pathology
  2. ระบุข้อบ่งใช้ที่ตรงตามหลักฐาน
  3. ตรวจ contraindication 8 ข้อ (12.3)
  4. เขียนใบส่งต่อ: ICD-10 + รหัสหัตถการ + วัตถุประสงค์
  5. นัด follow-up หลัง 4-6 wks
เคส
หญิง 38 ปี สำนักงาน ปวดบ่า-คอ-ปวดศีรษะ 6 เดือน MRI normal — Dx: tension headache + myofascial pain — แผน: นวดราชสำนัก 30 นาที 1×/สัปดาห์ × 6 wks + ergonomics + ฤาษีดัดตน 5 ท่า — ผลที่ 6 wks NPRS 7→2
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. ผู้ป่วยใช้ warfarin INR 3.2 นวดได้ไหม?
A. INR > 3 อยู่นอกช่วง therapeutic — ควร hold การนวดลึกจนกว่าจะลด INR สู่ 2-3 / ทำได้แค่ light effleurage
Q2. ความต่างหลักระหว่างราชสำนักและเชลยศักดิ์?
A. ราชสำนักใช้นิ้ว-ฝ่ามือกดตรงตามเส้น 10 เน้นการรักษา; เชลยศักดิ์ใช้ข้อศอก-เข่ากด-ดัด-บิด เน้นผ่อนคลาย

บทที่ 13 หัตถการความร้อน — ประคบ อบไอน้ำ พอกยา ทับหม้อเกลือ

คำถามนำ: ความร้อนสมุนไพรทำงานอย่างไรในร่างกาย และเมื่อใดที่ "ห้าม"
หัวใจของบท
  • 4 หัตถการความร้อน: ลูกประคบ–อบไอน้ำ–พอกยา–ทับหม้อเกลือ
  • กลไก: vasodilation → ↑ tissue perfusion + ↓ muscle spasm + transdermal absorption ของน้ำมันหอมระเหย
  • อุณหภูมิเหมาะสม: ลูกประคบ 60-70°C, อบไอน้ำ 45-50°C, ทับหม้อเกลือ 40-50°C ที่ผิว
  • ข้อห้ามสำคัญ: DM with neuropathy (เสี่ยง burn ที่ผู้ป่วยไม่รู้สึก), impaired skin sensation, open wound, acute inflammation
  • ทับหม้อเกลือใช้ใน postnatal care เป็นหลัก — มีข้อห้ามเฉพาะ (ดู 13.4 + บท 14)

13.1 ลูกประคบสมุนไพร

หัวข้อรายละเอียด
ส่วนผสมหลักไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ ผิวมะกรูด การบูร เกลือ พิมเสน
วิธีนึ่งนึ่ง 15-20 นาที จนได้กลิ่นและไอ
อุณหภูมิที่ผิว60-70°C — ใช้ทดสอบบนหลังมือก่อน
เวลาประคบ15-30 นาทีต่อจุด
ข้อบ่งใช้MSK pain, post-massage relaxation, dysmenorrhea, post-partum (ดูบท 14)

13.2 อบไอน้ำสมุนไพร (Steam Therapy)

หัวข้อรายละเอียด
ส่วนผสมตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น ขิง พิมเสน การบูร
อุณหภูมิห้องอบ45-50°C, ความชื้น 95%+
เวลา15-20 นาที, ห้ามเกิน 30
ความถี่1-3 ครั้ง/สัปดาห์
ข้อบ่งใช้Allergic rhinitis, chronic bronchitis, MSK pain, postnatal

13.3 พอกยา

วัสดุใช้กับ
ดินสอพอง + น้ำมะนาวผื่นแห้ง คัน
ปูนแดง + น้ำมะนาวเจ็บกล้ามเนื้อเฉียบพลัน
ขมิ้น/ไพลบด + น้ำผึ้งBruising, contusion
ใบพลูแผลเรื้อรังเล็กๆ

13.4 ทับหม้อเกลือ (Salt-pot Therapy)

ใช้หม้อเกลือร้อนวางบนผ้ารองที่ท้องน้อย-หลัง-เอว ของหญิงหลังคลอด ช่วยให้มดลูกหดตัวกลับและคลายปวดหลัง

CONTRAINDICATIONS
  • DM with peripheral neuropathy — burn risk
  • Impaired skin sensation
  • Acute inflammation / cellulitis
  • Hemorrhoid acute
  • Post-cesarean < 4 wks (ที่แผล)
  • HT ไม่ controlled / pre-eclampsia
  • Known allergy ต่อสมุนไพรในตำรับ

13.5 Adverse Events ที่พบบ่อย

BRIDGE
ความร้อน 40-45°C เพิ่ม blood flow 3-4× ลด muscle spindle activity (ลด spasm) และเพิ่ม pain threshold ผ่าน TRPV1 modulation — กลไกตรงกับ thermotherapy ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Cochrane review)
CLINIC
ในผู้ป่วย DM ก่อนใช้ความร้อน monofilament test ที่เท้า: ถ้าไม่รู้สึกที่ 5/10 จุด → ห้ามใช้ความร้อนลึกที่ extremity, ใช้ light warm pad ได้ภายใต้การดูแล
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. เหตุใดทับหม้อเกลือไม่ควรใช้ใน DM neuropathy?
A. Burn risk — ผู้ป่วย neuropathy ไม่รู้สึก temperature → 2nd-degree burn ที่อาจเกิด ulcer และ secondary infection ในผู้ที่ wound healing บกพร่องอยู่แล้ว
Q2. อุณหภูมิเหมาะสมของลูกประคบ?
A. 60-70°C ที่ผิว ทดสอบบนหลังมือผู้ทำก่อน หากร้อนจัดให้ใช้ผ้ารอง

ภาคที่ 6 ผดุงครรภ์ไทย

ศาสตร์การดูแลสตรีรอบการคลอด ภาคนี้รวมการดูแล 3 ระยะ (ครรภ์ คลอด หลังคลอด) ในมุมที่ MD ทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทยและ OB/GYN ได้อย่างปลอดภัย

บทที่ 14 ผดุงครรภ์ไทย — ครรภ์ คลอด หลังคลอด

คำถามนำ: อยู่ไฟและทับหม้อเกลือยังจำเป็นไหมในยุคที่มี modern postnatal care
หัวใจของบท
  • ผดุงครรภ์ไทยดูแล 3 ระยะ: ครรภ์ (อาหาร-สมุนไพร), คลอด (ส่งต่อสู่ระบบสากล), หลังคลอด (อยู่ไฟ-ทับหม้อเกลือ-ประคบ)
  • "อยู่ไฟ" = controlled thermotherapy + อาหารร้อน + พักผ่อน — ลดอาการ postpartum lochia, uterine cramp, fatigue
  • สมุนไพร ห้ามในไตรมาสแรก: emmenagogue, ขิงปริมาณมาก, ฟ้าทะลายโจร (ไตรมาส 1), หญ้าหนวดแมว
  • การคลอดในยุคนี้: เน้น safe delivery in modern facility + การประยุกต์ภูมิปัญญาไทยในการประคับประคอง
  • หลังคลอด integration ที่ปลอดภัย: เลือกหัตถการตาม postpartum complication risk และมี OB เป็น primary

14.1 ระยะครรภ์

ไตรมาสหลักไทยหมายเหตุปัจจุบัน
1 (1-13 wk)กินอาหารอ่อน, สมุนไพร ห้าม emmenagogue (ตะลิงปลิง ขมิ้นปริมาณมาก ฟ้าทะลายโจร)Folate + iron, หลีก teratogen
2 (14-27 wk)อาหารบำรุงเลือด (ข้าวต้มเครื่อง ฟักทอง ตำลึง)Iron, calcium, fetal growth scan
3 (28-40 wk)อาหารย่อยง่าย, สมุนไพรขับลม (ขิงน้อย, ตะไคร้)GBS screen, BP monitoring

14.2 สมุนไพรห้ามใช้ในครรภ์

PREGNANCY-CONTRAINDICATED HERBS
  • ฟ้าทะลายโจร — uterine contraction (ไตรมาส 1)
  • ขิงปริมาณมาก > 1 g/d — bleeding risk, uterine effect
  • ขมิ้นปริมาณมาก — emmenagogue
  • มะระขี้นก — uterine stimulant
  • หญ้าหนวดแมว — diuretic + electrolyte
  • ใบยอ — ไม่แนะนำ (data จำกัด)
  • กระชายดำขนาดสูง — hormonal effect
  • Senna, มะขามแขก — laxative ที่อาจกระตุ้นมดลูก

14.3 ระยะคลอด

ในยุคปัจจุบันแนะนำคลอดในสถานพยาบาลที่มี emergency obstetric care ทั้งหมด ภูมิปัญญาไทยใช้เป็นการประคับประคอง: นวดเบา-ประคบเบา + birthing position ที่ผู้ป่วยถนัด + การหายใจสมาธิ

14.4 ระยะหลังคลอด — "อยู่ไฟ"

หัตถการเป้าหมายเริ่มเมื่อระวัง
นั่งถ่าน-อบไอน้ำสมุนไพรขับเหงื่อ-ทำความสะอาด-ลดน้ำหนักหลังคลอด normal: 7 d / C/S: 4-6 wksHT, fever, deep wound
ทับหม้อเกลือมดลูกหดกลับ ลดปวดหลังหลังคลอด normal: 5-7 dC/S, HT, hemorrhoid acute
ลูกประคบคลายเมื่อยล้าหลังคลอด 3 dBurn risk, cellulitis
นวดเต้านมลด engorgement กระตุ้นน้ำนมเริ่มได้ทันทีMastitis acute (ห้ามแรง)
อาหารอยู่ไฟฟื้นฟู ขับเหงื่อ3-7 dSalt overload ใน HT
ยาบำรุงน้ำนมเพิ่ม supplyหลังให้นมเริ่มสำเร็จGalactogogue interaction

14.5 ข้อห้ามและความเสี่ยงรวม

RED FLAGS ใน Postpartum Integrative Care
  • Postpartum hemorrhage (PPH) — ห้ามทุกหัตถการ
  • Pre-eclampsia/eclampsia — ห้ามอบไอน้ำ-ทับหม้อเกลือ (heat ↑ BP)
  • Mastitis with abscess — ห้ามนวดเต้านม
  • DVT history หรือ Caprini score สูง — ห้ามนวดขา
  • C-section < 4 wks — ห้ามทับหม้อเกลือบริเวณแผล
  • Postpartum depression รุนแรง — ส่งต่อจิตเวชก่อน
BRIDGE
"อยู่ไฟ" = controlled thermotherapy + caloric replenishment + extended rest — สอดคล้องกับ postpartum care guidelines ของ WHO ที่เน้น rest, hydration, social support และ thermoregulation
CLINIC
แนะนำผู้ป่วยที่ต้องการ "อยู่ไฟ": (1) ทำในศูนย์มาตรฐาน (2) แพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียน (3) มี vital sign monitoring (4) ให้ OB ตรวจประเมิน 6-week postpartum visit ก่อนเริ่มหัตถการเชิงลึก
เคส
หญิง 28 ปี G1P1 คลอดปกติ 7 d ago อยากอยู่ไฟแบบ traditional — ก่อนแนะนำ ตรวจ: BP 130/85, no fever, no DVT signs, EBM continuing — แนะนำ: ลูกประคบเริ่มได้, ทับหม้อเกลือเริ่มได้แต่ระวังถ้า lochia rubra ยังเยอะ, อบไอน้ำเริ่ม 14 d, follow-up 2 wks
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q1. สมุนไพรห้ามใช้ในไตรมาสแรกของครรภ์ ?
A. ฟ้าทะลายโจร, ขิงปริมาณมาก, ขมิ้นปริมาณมาก, มะระขี้นก, มะขามแขก, senna — กลุ่ม emmenagogue + uterine stimulant + laxative ที่กระตุ้นมดลูก
Q2. หญิง C-section 1 wk ago ขอทับหม้อเกลือ ตอบอย่างไร?
A. รอ 4-6 wks หลังผ่าตัด เพื่อให้แผลหายและตรวจสอบไม่มี wound infection / dehiscence ก่อน

ภาคที่ 7 ปกติวิถี — วิถีไทยเพื่อสุขภาพ

ปกติวิถีคือศาสตร์ของการ "ป้องกัน" — เป็นแกนของ lifestyle medicine ในกรอบไทย ครอบคลุมอาหาร การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิตประจำวัน

บทที่ 15 อาหารเป็นยา และอาหารตามธาตุ

คำถามนำ: หลัก "อาหารเป็นยา" ของแพทย์แผนไทยต่างจาก nutrition ของแผนปัจจุบันอย่างไร
หัวใจของบท
  • หลักไทย: "กินตามธาตุ-ตามฤดู-ตามวัย-ครบ 9 รส" — เน้น personalization และ seasonal cycling
  • อาหารไทยพื้นบ้านส่วนใหญ่ anti-inflammatory + microbiome-friendly โดยธรรมชาติ (สมุนไพร, อาหารหมัก, ผัก-เครื่องแกง)
  • "ธาตุ-อาหาร mismatch" → ปัญหา NCDs เช่น ธาตุไฟทานเผ็ด-เค็มเกิน → HT, GERD
  • หลักการ time-restricted eating ตรงกับ "อย่ากินดึก" ในปกติวิถี (NEJM TRE trials)
  • เครื่องมือคลินิก: "24-hr diet recall + ตรีโทษ (V/P/K)" ทำให้ counseling แม่นกว่า DASH/Mediterranean ทั่วไป

15.1 อาหารตามตรีโทษ (Vata–Pitta–Kapha)

ตรีโทษเด่นควรเน้นควรเลี่ยง
วาตะ (V)อาหารอุ่น-มัน-สม่ำเสมอ, รสเผ็ดร้อน-เค็ม-เปรี้ยว, ข้าวต้ม-แกงกะทิอ่อน, ขิง-พริกไทยของเย็นจัด, ของแห้ง (popcorn, ขนมแห้ง), อดอาหาร, กินไม่เป็นเวลา
ปิตตะ (P)อาหารเย็น-อ่อน, รสหวาน-ขม-ฝาด-หอมเย็น, ผัก-ผลไม้, น้ำสมุนไพรเย็น (ใบบัวบก กระเจี๊ยบ)เผ็ดจัด-เค็มจัด-เปรี้ยวจัด, alcohol, caffeine มาก, ของทอด, น้ำมันเดือด
เสมหะ (K)อาหารอุ่น-เบา-แห้ง, รสเผ็ดร้อน-ขม-ฝาด, ผัก, ขิง-ขมิ้น, time-restricted eatingของเย็น-มัน-หวาน, นม-โยเกิร์ต, อาหารทอด, น้ำหวาน

15.2 อาหารตามฤดู

ฤดูลักษณะอาหารแนะนำ
ร้อน (มี.ค.-พ.ค.)ไฟกำเริบ → ขาดน้ำ ผดรสหวาน-เปรี้ยว, น้ำสมุนไพรเย็น (อัญชัน ตะไคร้ มะตูม)
ฝน (มิ.ย.-ต.ค.)น้ำกำเริบ → เสมหะ fluรสเผ็ดร้อน-ขม, แกงเลียง ต้มยำ ขิง
หนาว (พ.ย.-ก.พ.)ลมกำเริบ-ดินกำเริบรสเค็ม-มัน, อาหารอุ่น (ต้มจืด แกงส้ม)

15.3 อาหารไทยที่เป็น "ยา" โดยธรรมชาติ

เมนูสมุนไพร-เครื่องแกงฤทธิ์
ต้มยำตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริกAnti-inflammatory + antimicrobial + digestive
แกงเลียงพริกไทย หอม ตะไคร้ + ผักรวมGalactogogue + warming + nutrient-dense
น้ำพริกกระเทียม พริก หอมแดง กะปิAllicin + capsaicin + microbiome support
ส้มตำมะละกอ มะนาว พริกProbiotic-friendly, digestive
ข้าวต้มเครื่องขิง ต้นหอม กระเทียมEasy digest + warming
ผัดผักรวมกระเทียม + ผักหลายชนิดPolyphenols + fiber

15.4 หลักการคลินิก

BRIDGE
อาหารตามตรีโทษ = personalized nutrition based on prakriti (constitution) + chronotype | อาหารตามฤดู = seasonal diet shift สอดคล้องกับ shift ใน gut microbiome (Smits et al. Cell 2017) | TRE = chrononutrition
CLINIC
ใน DM/HT/dyslipidemia counseling เริ่มจาก: (1) ประเมินตรีโทษเด่น (V/P/K) แล้วชี้อาหาร 3 อย่างที่ควร "ลด" + 3 อย่างที่ควร "เพิ่ม" (2) ปรับ window time eating (3) เพิ่ม anti-inflammatory herbs (ขมิ้น 500 mg, ขิง 1 g) เป็น adjunct
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. ทำไมธาตุไฟไม่ควรกินเผ็ด-เค็มจัด?
A. ไฟกำเริบทำให้เกิด HT, GERD, oxidative stress; เผ็ด-เค็มเพิ่ม sympathetic + Na retention → ↑ BP + ↑ acid secretion ตรงตามทฤษฎี

บทที่ 16 ฤาษีดัดตน สมาธิ และการดำเนินชีวิตประจำวัน

คำถามนำ: ฤาษีดัดตนเป็น "yoga ไทย" หรือเป็นมากกว่านั้น
หัวใจของบท
  • ฤาษีดัดตน = exercise system 80+ ท่า รวม stretching + isometric + breathing — รากเดียวกับ yoga แต่พัฒนาในวัฒนธรรมไทย
  • 15 ท่าที่ใช้บ่อยใน OPD ครอบคลุม: คอ-บ่า-หลัง-เข่า-สมาธิ — ใช้ทุกวันหรือก่อน/หลังนวด
  • อานาปานสติ-สมาธิ มีหลักฐาน RCT ใน depression, anxiety, chronic pain, insomnia, HT
  • "ดำเนินชีวิตประจำวัน" = กิจวัตร 24 ชม. ใน 7 จังหวะ: ตื่น-อาบน้ำ-อาหารเช้า-ทำงาน-เที่ยง-เย็น-นอน
  • การออกแบบ "ชั่วโมงแห่งวิถี" ในคลินิก: 5 นาที สอน 2 ท่าฤาษี + 1 นาทีสมาธิ ก่อนสั่งยา

16.1 ฤาษีดัดตน 15 ท่าที่ใช้บ่อย (สรุป)

ท่าเป้าหมายเทียบ Yoga
1. ดัดคอ-บ่าคลายคอ-บ่าNeck stretches
2. ยืดสะบักคลาย scapulaEagle arms variation
3. ก้มหลังยืด hamstring + lumbarForward fold
4. หลังพับเปิด chestCobra/Cat-cow
5. บิดตัวเปิด spine torsionSeated spinal twist
6. ดัดข้างยืดข้างลำตัวSide bend
7. งอเข่าคลายเข่าKnee-to-chest
8. ยืดน่องคลาย gastrocnemiusCalf stretch
9. ฤาษีพิงกันคลาย hip + groinBound angle
10. นั่งเข่าเดียวคลาย gluteusPigeon
11. ดัดแขน-นิ้วคลาย wrist-fingerWrist circle
12. ลมในเส้นการหายใจลึก-ขับลมPranayama
13. นั่งสมาธิสงบจิตSeated meditation
14. นอนผ่อนคลายฟื้นฟูSavasana
15. เดินจงกรมwalking meditation + balanceWalking meditation

ภาพประกอบและคำอธิบาย step-by-step ดูภาคผนวก G

16.2 สมาธิและอานาปานสติ

เทคนิคเป้าหมายขนาด-เวลา
อานาปานสติ (breath focus)คลายความเครียด-anxiety10-20 นาที × วัน
เมตตาภาวนาเพิ่ม positive affect10 นาที × วัน
วิปัสสนาเดินจงกรมbalance + mindfulness15-30 นาที × วัน
Body scanchronic pain modulation20 นาที × วัน

16.3 กิจวัตร 24 ชม.แบบไทย — Ideal Day

05.30 ตื่น + ดื่มน้ำอุ่น + ฤาษี 5 ท่า 06.00 ขับถ่าย + อาบน้ำ 07.00 อาหารเช้า (มื้อหลัก) 12.00 อาหารกลางวัน 13.00 พักงีบ 15 นาที (ถ้าได้) 17.00 ออกกำลังกาย / เดิน 18.30 อาหารเย็น (มื้อเล็ก) 20.00 สมาธิ 15 นาที 21.30 เข้านอน
BRIDGE
ฤาษีดัดตนรวม flexibility + strength + breath + balance + mindfulness — ตรงกับ "exercise prescription" ของ ACSM ที่แนะนำ aerobic + resistance + flexibility + balance รายสัปดาห์ | สมาธิ 8 wks → ↓ amygdala reactivity, ↑ prefrontal control (Lazar 2005, Hölzel 2011)
CLINIC — 5-Min Wellness Prescription
ในการพบทุก follow-up visit เพิ่ม 5 นาที: (1) สอน 1-2 ท่าฤาษีที่ตรงกับปัญหา (2) อานาปานสติ 1 นาที (3) ตั้งเป้าทำที่บ้าน 10 นาที/วัน — เป็น behavioral activation ที่ติดผู้ป่วย
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. หลักฐานของสมาธิใน chronic pain คืออะไร?
A. Mindfulness-Based Stress Reduction (MBSR) RCT แสดงลด pain catastrophizing + ↓ analgesic use; กลไกคือลด default mode network reactivity และเพิ่ม descending modulation

ภาคที่ 8 การประยุกต์ในเวชปฏิบัติ

นำองค์ความรู้ภาค 1–7 มาใช้กับสถานการณ์จริง — co-management ในโรคพบบ่อย, การดูแลตนเองและครอบครัว, และแผนผังตัดสินใจสำหรับทีมสหวิชาชีพ

บทที่ 17 Co-management ในกลุ่มโรคที่พบบ่อย

คำถามนำ: ใน DM, HT, OA, migraine, GERD, insomnia — แพทย์แผนปัจจุบันร่วมงานกับแพทย์แผนไทยอย่างไรให้ปลอดภัยและมีหลักฐาน
หัวใจของบท
  • กรอบ co-management 4 ขั้น: diagnosis → risk-stratify → integrate → monitor
  • โรคที่มีหลักฐาน Level B+ ในการ integrate: chronic LBP, OA, tension headache, primary dysmenorrhea, allergic rhinitis, IBS, mild insomnia, post-stroke spasticity, mild-moderate DM/HT
  • การตัดสินใจ "ใส่หรือไม่ใส่ TTM": ผู้ป่วยปลอดภัยอยู่แล้วใน standard care + ต้องการลด polypharmacy + ไม่มี contraindication
  • Documentation: ใส่ "TTM intervention" + ICD + รหัสหัตถการ + outcome measure
  • Outcome: ใช้ standard scale (NPRS, ODI, K10, PHQ-9, ESS, AC-Q, CAS) + วิถีติดตามแบบไทย

17.1 กรอบ Co-management 4 ขั้น

1. DIAGNOSIS → คัดกรอง red flag, วินิจฉัยเดิม + เพิ่มกรอบ TTM (สมุฏฐาน + ธาตุ + คัมภีร์) 2. RISK-STRATIFY → low/moderate/high risk → เลือก intervention TTM ที่ปลอดภัย 3. INTEGRATE → standard care + TTM (lifestyle ก่อน, สมุนไพร/หัตถการ ตาม) 4. MONITOR → ใช้ outcome scale + lab + ติดตาม drug-herb interaction

17.2 Playbook 8 โรคพบบ่อย

1) Hypertension (Stage I-II)
ModernARB/ACEi/CCB/Thiazide ตาม stage + lifestyle
TTMกระเจี๊ยบ (1.5-2 g/d), ขมิ้น (500 mg bid), DASH-thai pattern + อยู่นิ่ง-สมาธิ 15 นาที
Cautionกระเจี๊ยบ × diuretic → hypokalemia / ฟ้าทะลายโจร × ARB → hypotension
OutcomeBP < 130/80, HR variability, K, Cr
2) Type 2 Diabetes (mild-moderate)
ModernMetformin + lifestyle ± SGLT2/GLP-1
TTMมะระขี้นก (1-2 g/d), ขมิ้น, อบเชย, plant-predominant Thai diet, ฤาษีดัดตน + เดินจงกรม
CautionHypoglycemia ใน insulin/SU + มะระ → ปรับ dose
OutcomeHbA1c ≤ 7%, FPG, weight, vitamin B12
3) Knee Osteoarthritis
ModernAcetaminophen + topical NSAID ± Glucosamine + PT
TTMเพชรสังฆาต (500 mg tid), ลูกประคบ + นวดราชสำนัก สัปดาห์ละ 1, ฤาษีดัดตน
CautionHeat × peripheral neuropathy / ขมิ้น ↑ INR ใน warfarin
OutcomeNPRS, WOMAC, range of motion
4) Tension-type Headache / Migraine
ModernAcetaminophen / Triptan PRN + propranolol ± topiramate prophylaxis
TTMนวดราชสำนัก (คอ-บ่า), อบไอน้ำ, ฤาษีดัดตน, ขิง 1 g PRN ในไมเกรน
CautionSevere HT during acute migraine → ห้ามนวดลึก
OutcomeHIT-6, HALT-30, attack frequency, MIDAS
5) GERD / Functional Dyspepsia
ModernPPI 4-8 wks → step-down, lifestyle
TTMขมิ้นชัน 500 mg PC tid, time-restricted eating, ตำรับธาตุบรรจบ, ลดเผ็ด-คาเฟอีน-นอนดึก
Cautionขมิ้น × warfarin / Hepatic dysfunction → monitor LFT
OutcomeGERDQ score, weight, GI bleed sign
6) Allergic Rhinitis
ModernIntranasal steroid + 2nd-gen antihistamine ± immunotherapy
TTMฟ้าทะลายโจร 1.5-3 g x 5 d ในช่วง flare, อบไอน้ำสมุนไพร, neti-pot, หลีก allergen
Cautionฟ้าทะลายโจร: hepatotoxic ในระยะนาน, allergic, hypotension / pregnancy contra
OutcomeSNOT-22, days with symptoms
7) Mild-moderate Insomnia
ModernCBT-I → short-term Z-drug/melatonin agonist
TTMขี้เหล็ก (3-5 g HS) ระยะสั้น, อบไอน้ำเย็น, สมาธิ-อานาปานสติ, ลด screen + caffeine
Cautionขี้เหล็ก hepatotoxic (ใช้ < 2 wks, monitor LFT) / ห้ามคู่ BZD
OutcomeISI, sleep diary, PSQI
8) Primary Dysmenorrhea
ModernNSAID PRN ± COC
TTMขิง 750-2000 mg/d × 3 d ก่อน-ระหว่างรอบ, ลูกประคบท้องน้อย, ฤาษีดัดตนเอนกาย
Cautionขิง × anticoagulant / ตรวจ secondary causes ก่อน
OutcomeVAS, SF-MPQ, work productivity
BRIDGE
แนวคิด "integrative medicine" ของ Andrew Weil + WHO Traditional Medicine Strategy 2014–2023 → 2025-2034 สนับสนุน evidence-informed integration — ไม่ใช่ "alternative" แต่เป็น "ส่วนเสริม" ของระบบหลัก
CLINIC — DECISION RULE 3-2-1
3 คำถาม ก่อน integrate TTM: (1) มี contraindication ไหม? (2) มี drug-herb interaction กับยาเดิมไหม? (3) มี outcome measure ที่จะใช้ติดตามไหม? — 2 ข้อมูล: ICD + TTM code, ขนาด-วิธี-ระยะเวลา-เงื่อนไขหยุด — 1 follow-up ภายใน 4-6 wks
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. หญิง 55 ปี HT + warfarin INR 2.5, OA เข่า — ขอ "ขมิ้นกับนวด" จัดการอย่างไร?
A. ขมิ้น × warfarin → bleeding risk. แทนด้วยเพชรสังฆาตซึ่ง interaction น้อยกว่า + ลูกประคบเบา/light effleurage แทนนวดลึก + ตรวจ INR หลังเริ่ม 1 wk

บทที่ 18 การดูแลตนเองและครอบครัว + แผนผังตัดสินใจ

คำถามนำ: เมื่อไรควร "ดูแลเอง" เมื่อไรควร "ส่ง รพ.สต./คลินิก" เมื่อไรควร "ส่ง รพ./ER"
หัวใจของบท
  • 3-tier triage: Self-care → Primary care → Hospital/ER
  • Family medicine cabinet ไทย: ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 16 ขนาน + 6 ตำรับมาตรฐาน
  • Red flags ที่ต้องส่งต่อทันที: "FFAST + GCS" (Fever>39 + Faint + Acute pain + Shortness + Trauma + GCS drop)
  • เครื่องมือ "คู่มือสุขภาพครอบครัว" ที่ MD แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ที่บ้าน
  • Health literacy: ใช้ภาษาไทยใกล้ชาวบ้าน + พิคโตแกรม + QR code → online resource

18.1 Decision Tree — เมื่อไรไปไหน

อาการเจ็บ/ป่วย │ ├─ Red flag? (FFAST+GCS) ─── YES ──► ส่ง ER ทันที │ │ │ NO ▼ อายุ < 1 ปี / > 70 ปี / pregnancy / immunocompromised? │ ├─ YES ──► รพ.สต. / OPD เร็วสุด │ NO ▼ ดูแลเองได้ปลอดภัย? (มีตู้ยาที่บ้าน, ไม่มี Rx contra) │ ├─ YES ──► Self-care + ติดตาม 48 hr; ถ้าไม่ดี → รพ.สต. │ NO ──► รพ.สต./คลินิก

18.2 Red Flags — FFAST + GCS

FFever > 39°C, neonate > 38°C any height
FFaint / syncope / vertigo รุนแรง
AAcute severe pain (chest, abdomen, head — "ปวดที่สุดในชีวิต")
SShortness of breath / cyanosis / tachypnea
TTrauma สำคัญ / bleeding ไม่หยุด
GCSเปลี่ยนระดับสติ / สับสน / ซึม / ชัก

18.3 ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ — Family Cabinet

ยาใช้เมื่อขนาด
ยาหอมวิงเวียน เป็นลม1 ช้อนชา ใต้ลิ้น
ยาเขียวไข้ ผด ผื่น500-1000 mg ในเด็กตามอายุ
ยาธาตุน้ำขาวท้องเสีย-ปวดท้อง15-30 mL
ยาธาตุน้ำแดงท้องอืด-ขับลม15-30 mL
ยาแก้ไอน้ำดำไอ-เสมหะ15 mL bid-tid
ยาประสะกะเพราท้องอืด-ปวดท้องเด็ก1-2 g
ลูกประคบสำเร็จปวดเมื่อย15-20 นาที
ยาดมสมุนไพรวิงเวียน คัดจมูกPRN

รายการเต็ม 16 ขนาน + ขนาดสำหรับเด็ก ดูภาคผนวก D

18.4 Family-level Self-care Tips

CLINIC — Health Coaching Bundle
ในการพบครั้งแรกของ NCD ให้ 3 อย่าง: (1) แผ่นพับ Red Flags FFAST + GCS (2) รายการยาสามัญประจำบ้าน 6 ขนานสำหรับ family cabinet (3) QR code → ภาพและวิดีโอฤาษีดัดตน 15 ท่า + อาหารตามธาตุ — ใช้เวลา 5 นาที แต่เพิ่ม self-efficacy
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. เด็ก 9 เดือน ไข้ 38.5°C ร้องกวน ดูดนมได้ — Self-care หรือส่งต่อ?
A. เด็ก < 1 ปี = ความเสี่ยงสูง — ตามแผนผัง 18.1 ส่ง รพ.สต./OPD เร็วสุด แม้อาการดูเบา; วัด vital sign + คัด R/O serious infection
  • ภาคผนวก D: ยาสามัญประจำบ้าน 16 ขนาน
  • ภาคผนวก I: แผนผังตัดสินใจ "ดูแลเอง vs ส่ง รพ.สต. vs ส่ง รพ."

ภาคที่ 9 ระบบ จริยธรรม กฎหมาย และการสื่อสาร

การทำงานข้ามระบบต้องเข้าใจกรอบกฎหมาย จริยธรรมวิชาชีพ และวิธีสื่อสารกับผู้ป่วย-ทีมสหวิชาชีพ-แพทย์แผนไทย-หมอพื้นบ้าน

บทที่ 19 กฎหมาย จริยธรรม การสื่อสาร และระบบบันทึก

คำถามนำ: เมื่อ MD แนะนำสมุนไพรหรือสั่งหัตถการแพทย์แผนไทย อยู่ในขอบเขตวิชาชีพหรือไม่
หัวใจของบท
  • พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 + พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562 + ประกาศกรมการแพทย์แผนไทย เป็น 3 เสาหลัก
  • MD สั่งใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักได้ แต่ ไม่ใช่ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนไทย ดังนั้นไม่ทำหัตถการเอง — ส่งต่อให้แพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียน
  • Informed consent สำหรับ TTM ควรมี: ทางเลือก, evidence base, ความเสี่ยง, ค่าใช้จ่าย, สิทธิเลือกปฏิเสธ
  • Cultural humility: เคารพความเชื่อ "หมอพื้นบ้าน-หมอเป่า" โดยไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสรับการรักษาที่จำเป็น
  • การสื่อสาร "3 ภาษา": ภาษาผู้ป่วย, ภาษาแพทย์แผนไทย, ภาษาแผนปัจจุบัน — MD เป็น translator

19.1 กรอบกฎหมายไทย — ที่ MD ต้องรู้

กฎหมายสาระสำคัญ
พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพ ขอบเขต และจริยธรรม
พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562กำกับการผลิต ขึ้นทะเบียน และโฆษณายาสมุนไพร
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข — บัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพรยาที่เบิก UC ได้
ประกาศกรมการแพทย์แผนไทย — รหัสมาตรฐาน + หัตถการที่เบิกได้การบันทึกและเบิกในระบบ HIS
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 (PDPA)การเก็บข้อมูลผู้ป่วย รวมข้อมูลใน TTM record

19.2 ขอบเขตวิชาชีพ MD ↔ แพทย์แผนไทย

กิจกรรมMD ทำได้หมายเหตุ
สั่งสมุนไพรในบัญชียาหลักตามข้อบ่งใช้ + ขนาดมาตรฐาน
สั่งหัตถการนวด/ประคบ/อบไอน้ำ✅ (สั่ง)ดำเนินการโดยแพทย์แผนไทย/ผู้ช่วยที่ขึ้นทะเบียน
ทำหัตถการนวดเองเกินขอบเขตวิชาชีพ
วินิจฉัยและสั่งยาตามคัมภีร์ที่ไม่อยู่ในมาตรฐาน⚠️ต้องปรึกษาแพทย์แผนไทย
แนะนำปกติวิถี-ฤาษีดัดตน-สมาธิเป็น lifestyle counseling
เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรที่ไม่ขึ้นทะเบียนผิดกฎหมาย

19.3 Informed Consent สำหรับ TTM

เปิด checklist 7 ข้อ
  1. วินิจฉัยและทางเลือก (รวมไม่ทำอะไร)
  2. หลักฐานที่มีของ intervention
  3. ผลที่คาดหวัง
  4. ความเสี่ยง / ผลข้างเคียง / drug-herb interaction
  5. ค่าใช้จ่าย / สิทธิเบิก
  6. ระยะเวลาและการติดตาม
  7. สิทธิเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธ

19.4 จริยธรรม — Cultural Humility

19.5 การสื่อสาร 3 ภาษา

เมื่อพูดกับใช้ภาษาตัวอย่าง
ผู้ป่วยภาษาบ้าน-เปรียบเทียบ"ความดันเหมือนน้ำในท่อ ถ้าแรงไป ท่อพัง"
แพทย์แผนไทยศัพท์ไทยร่วม + บอก ICD ด้วย"ลมปะกัง / G43 migraine"
เพื่อน MDศัพท์เทคนิค"Tension-type headache + cervical myofascial pain"
เภสัชกรเน้น drug-herb"ขมิ้น 500 mg PC tid + warfarin INR target 2-3"

19.6 ระบบบันทึก HIS

ใน HOSxP/JHCIS เพิ่ม fields: (1) ICD-10/11 + TM code, (2) สมุฏฐานหลัก (เลือก 1-2 จาก 6), (3) ธาตุเด่น (1 จาก 4), (4) คัมภีร์ที่อ้างอิง, (5) TTM intervention plan

CLINIC — One-Liner Documentation
ในใบ progress note เพิ่ม 1 บรรทัด: "TTM: [ธาตุ] เด่น, สมุฏฐาน [_], แผน [สมุนไพร/หัตถการ/วิถี] นัด FU [_]" — สั้น แต่บอกเรื่องครบ
คำถามทบทวน + แหล่งค้นคว้า
Q. แพทย์ MD เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้ไหม?
A. ไม่ได้ — ผิด พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2562 และเสี่ยงข้อหาในแง่จริยธรรมแพทยสภา; ใช้เฉพาะยาที่ขึ้นทะเบียน อย. หรือในบัญชียาหลัก
Q. MD ต้องเรียนนวดไทยก่อนสั่งหัตถการนวดได้ไหม?
A. ไม่จำเป็น — MD สั่งได้ตามวินิจฉัยและข้อบ่งใช้ แต่ ดำเนินการโดยแพทย์แผนไทย/ผู้ช่วยที่ขึ้นทะเบียน

ภาคผนวก

ภาคผนวก A — คัมภีร์การแพทย์แผนไทยสำคัญ

คัมภีร์เนื้อหาหลักเทียบ specialty
ตักศิลาไข้ 26 ประเภท: ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้สันนิบาต ไข้ทรพิษ ฯลฯInfectious dz / FUO
ธาตุวิภังค์ธาตุพิการ 4 ธาตุ พร้อมอาการและยาGeneral medicine / syndromology
กษัย26 จำพวกของโรคเรื้อรัง ผอม ซูบChronic wasting / NCD
มุขโรคโรคในช่องปาก-ลำคอOral medicine / ENT
อภัยสันตาตา การวินิจฉัยและรักษาOphthalmology
มหาโชตรัตน์โรคสตรี มดลูก ระดูGynecology
ชวดารโรคสตรี ครอบคลุมการคลอดObstetrics
ปฐมจินดาสตรีและเด็กเล็กOB + Pediatrics
โรคนิทานสาเหตุของโรคและสมุฏฐานPathophysiology
กระษัยกล่อนทางเดินปัสสาวะ-ระบบสืบพันธุ์ชายUrology / Andrology
เวชศึกษาการฝึกหัดและจริยธรรมแพทย์Medical education / ethics
นวดวัดโพธิ์เส้นประธาน 10 และนวดราชสำนักManual therapy
ศิลาจารึกวัดราชโอรสตำรับยาและการปรุงPharmacy
ฉันทศาสตร์การจัดเรียงโรคและตำราโดยลำดับNosology

ภาคผนวก B — ตารางสมุนไพร 30 ชนิดในครัวเรือน

#ชื่อส่วนใช้รสฤทธิ์ / ใช้ขนาดระวัง
1ขมิ้นชันเหง้าเผ็ด-ขมAnti-inflam, dyspepsia500 mg PC tidWarfarin, gallstone
2ขิงเหง้าเผ็ดร้อนAntiemetic, ขับลม1-2 g/dAnticoagulant
3ฟ้าทะลายโจรทั้งต้นขมเจ็บคอ ไข้ อักเสบ1.5-3 g/d × 5 dPregnancy 1st T, ARB
4กระชายดำเหง้าเผ็ดร้อนบำรุง vasodilation500 mg-1 g/dHypotension
5มะระขี้นกผล/ใบขมจัดHypoglycemia adjunct1-2 g/dInsulin/SU
6ตะไคร้ลำต้นเผ็ดร้อนขับลม antispasmodic3-5 g ต้ม
7ใบมะกรูดใบ-ผิวผลหอม-เผ็ดCarminative, aromatherapyในอาหาร
8ข่าเหง้าเผ็ดร้อนAntifungal, ขับลม3-5 g
9กระเทียมหัวเผ็ดร้อนAllicin, BP, lipid2-4 g/dAnticoagulant, GI
10หอมแดงหัวเผ็ดลดน้ำมูก คัดจมูกในอาหาร
11กะเพราใบเผ็ดร้อนขับลม-ลดเครียด5-10 g สดPregnancy: เลี่ยงปริมาณมาก
12โหระพาใบหอมCarminativeในอาหาร
13ตำลึงใบเย็นHypoglycemic, cooling50-100 g สด
14ขี้เหล็กใบ-ดอกขมMild sedative3-5 g HSHepatotoxic, < 2 wks
15ดอกขี้เหล็กดอกขมSedative3-5 g HSHepatotoxic
16มะแว้งเครือผลขมแก้ไอ ขับเสมหะ3-6 g/d
17มะแว้งต้นผลขมแก้ไอ3-6 g/d
18เพชรสังฆาตเถาเปรี้ยว-ฝาดHemorrhoid, fracture500 mg-1 g tidGI, K-sparing
19ว่านหางจระเข้วุ้นเย็นBurns, GI healing50-100 gLatex laxative effect
20มะนาวผล-ใบเปรี้ยวVitamin C, ขับเสมหะ1-2 ผล/d
21มะขามเปียกผลเปรี้ยวMild laxative10-20 g
22กระเจี๊ยบแดงกลีบดอกเปรี้ยว↓ BP, mild diuretic1.5-2 g/dK, BP < 90
23หญ้าหนวดแมวทั้งต้นหวานจืดDiuretic, นิ่ว3-5 g/d ต้มPregnancy, K disturbance
24บอระเพ็ดเถาขมAntipyretic, immunomod2-3 g/dPregnancy
25บัวบกทั้งต้นฝาด-หวานWound healing, anxiolytic10-15 g สดHepatic dz
26ใบยอใบขมAnti-inflam, traditional5-10 g สดPregnancy, K dz
27ชะพลูใบเผ็ดCarminative, antioxidant5-10 gCalcium oxalate (renal stone)
28ดอกอัญชันดอกหอมเย็นAntioxidant, eyestrain3-5 g
29มะตูมผลหอม-ฝาดAntidiarrheal, cooling5-10 g
30กระชายเหง้าเผ็ด-ขมAnti-viral, ขับลม3-5 gHormonal effect

ภาคผนวก C — ตำรับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ (เลือกที่ใช้บ่อย)

ตำรับส่วนประกอบหลักข้อบ่งใช้ขนาด
ห้าราก (เบญจโลกวิเชียร)ราก 5 ชนิด: ย่านาง ชิงชี่ ท้าวยายม่อม เท้ายายม่อม มะเดื่ออุทุมพรลดไข้1 g tid
ตรีผลาสมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อมAntioxidant, regular500 mg-1 g/d
ตรีกฎุกขิง พริกไทย ดีปลีCarminative, ↑ BA500 mg-1 g
ธาตุบรรจบขิง สมอไทย ขมิ้นชัน + อื่นFunctional dyspepsia1 g tid
ประสะมะแว้งมะแว้ง 2 ชนิด + เกลือไอ-เสมหะ500 mg-1 g
ยาหอมเทพจิตรตำรับยาหอมหลายตัววิงเวียน-ใจสั่น1 ช้อนชา
ยาหอมนวโกฐโกฐ 9 ชนิดไข้ คลื่นไส้1 ช้อนชา
ยาเขียวหอมสมุนไพรเย็น-หอมไข้ ผด ผื่น500 mg-1 g
ยาประสะกะเพรากะเพรา + อื่นท้องอืดเด็ก1-2 g (เด็กตามวัย)
ยาเหลืองปิดสมุทรขมิ้น + อื่นท้องเสีย1 g tid
ยาธาตุน้ำขาวตำรับน้ำมัน-สมุนไพรปวดท้อง-ท้องเสีย15-30 mL
ยาธาตุน้ำแดงตำรับสมุนไพรร้อนท้องอืด-ขับลม15-30 mL
ยาแก้ไอผสมมะขามป้อมมะขามป้อม + อื่นไอแห้ง-เสมหะ15 mL
ยาประสะไพลไพล + ตำรับปวดเมื่อย-ดีตเอ็น1 g tid
ยาผสมเพชรสังฆาตเพชรสังฆาต + อื่นริดสีดวงทวาร500 mg tid

รายการเต็มอ้างอิงประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพรฉบับล่าสุด

ภาคผนวก D — ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 16 ขนาน

#ขนานใช้ขนาด/ครั้ง
1ยาหอมเทพจิตรวิงเวียน เป็นลม1 ช้อนชา
2ยาหอมนวโกฐคลื่นไส้-วิงเวียน1 ช้อนชา
3ยาเขียวหอมไข้ ผื่น500 mg-1 g
4ยาประสะกะเพราท้องอืดเด็ก1-2 g
5ยาธาตุน้ำขาวปวดท้อง15-30 mL
6ยาธาตุน้ำแดงท้องอืด15-30 mL
7ยาแก้ไอน้ำดำไอ-เสมหะ15 mL bid-tid
8ยาแก้ไอผสมมะขามป้อมไอแห้ง15 mL
9ยาเหลืองปิดสมุทรท้องเสีย1 g tid
10ยาแสงหมึกผื่น แมลงกัดทาภายนอก
11ยาน้ำมันเขียวปวดเมื่อยทา-นวด
12ยาน้ำมันมะพร้าวแผลไฟไหม้ทา
13ยาแก้ลมวิงเวียน1 ช้อนชา
14ยาหม่องปวดเมื่อย-คันยุงทา
15ยาดมสมุนไพรวิงเวียน คัดจมูกPRN
16ลูกประคบสำเร็จปวดเมื่อย15-20 นาที

ภาคผนวก E — ตาราง Drug-Herb Interactions ที่พบบ่อย

ยาแผนปัจจุบันสมุนไพรกลไกRiskการจัดการ
Warfarinขมิ้น, ขิง, กระเทียม, แปะก๊วย↓ platelet + CYP2C9BleedingMonitor INR, หยุด 7-10 d ก่อนผ่าตัด
DOACขมิ้น, ขิงP-gp, CYP3A4Bleedingหลีก deep tissue, monitor
Insulin/SUมะระขี้นก, ตำลึง, อบเชย↑ insulin sensitivityHypoglycemiaลด insulin/SU 25-50%
ARB/ACEiฟ้าทะลายโจร, กระเจี๊ยบVasodilation + Na excretionHypotensionBP monitor
Thiazideกระเจี๊ยบ, หญ้าหนวดแมวK lossHypokalemiaK monitor
BZD/Opioidขี้เหล็ก, ดอกขี้เหล็กGABA + CNS depressSedationหลีกเลี่ยง
TamoxifenSt. John's wort, ขมิ้นCYP3A4/2D6↓ efficacyหลีกเลี่ยง
CyclosporineSt. John's wortCYP3A4 + P-gp indGraft rejectionห้ามร่วม
Digoxinฟ้าทะลายโจร, ขมิ้นP-gp inhibition↑ digoxinLevel monitor
StatinSt. John's wortCYP3A4 induction↓ efficacyหลีกเลี่ยง
Levothyroxineเพชรสังฆาต, ตำรับมีแคลเซียม↓ absorptionSubclinical hypothyroidเว้น 4 hr
NSAIDขมิ้น, ขิง, กระเทียม↓ platelet + GIGI bleedPPI, monitor
SSRI/SNRISt. John's wortSerotonergicSerotonin syndromeห้ามร่วม
Methotrexateฟ้าทะลายโจรOAT3 transporter↑ MTX toxicityหลีก
OCSt. John's wortCYP3A4 indContraceptive failureห้าม
Phenytoinฟ้าทะลายโจร, ขมิ้นCYP2C9Level alterationLevel monitor

ภาคผนวก F — แบบประเมินตรีโทษ (Prakriti + Vikriti)

ใช้ในเวชปฏิบัติเป็นเครื่องมือเสริมประวัติ — ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

F.1 แบบประเมิน Prakriti (ธาตุประจำตัว)

เลือกข้อที่ "ตรงที่สุด" ในแต่ละหัวข้อ — รวมคะแนนแต่ละโทษ คนส่วนใหญ่ได้ 2 โทษเด่น (เช่น Vata-Pitta, Pitta-Kapha)

เปิดแบบประเมิน Prakriti (10 ข้อ)
หัวข้อวาตะ (V)ปิตตะ (P)เสมหะ (K)
1. โครงสร้างผอม สูง ข้อต่อชัดสมส่วน กล้ามเนื้อแน่นโครงร่างใหญ่ เนื้อนุ่ม
2. ผิวแห้ง คล้ำ บางอบอุ่น สีออกแดง ไฝ-ฝ้าขาว ใส ชุ่ม หนา
3. ผมบาง หยาบ แห้งบาง สีน้ำตาล/แดง หงอกเร็วดก หนา ดำเงา
4. ตาเล็ก แห้ง คล้ำคม สีอ่อน ไวต่อแสงโต ใส ชุ่ม
5. ความหิว-ย่อยไม่สม่ำเสมอหิวบ่อย ย่อยดีหิวน้อย ย่อยช้า
6. นอนหลับยาก ตื่นบ่อยหลับปานกลางหลับลึก ขี้เซา
7. ทนอุณหภูมิทนหนาวแย่ทนร้อนแย่ทนชื้นแย่
8. ขับถ่ายท้องผูก ก๊าซมากถ่ายดี-เร็ว ไหม้ก้นถ่ายเป็นรูปแท่ง สม่ำเสมอ
9. อุปนิสัยเร็วไว คิดเยอะ กังวลมุ่งมั่น เป็นผู้นำ ใจร้อนเนิบ สงบ ใจดี
10. พฤติกรรมเครียดกลัว วิตก หนีปัญหาโกรธ ฉุนเฉียว วิจารณ์ซึม นิ่ง หลีกเลี่ยง

วิธีคิดคะแนน: นับจำนวนข้อที่เลือกในแต่ละคอลัมน์ × 10 = % ของแต่ละโทษ — รวม V+P+K = 100% เช่น "V20/P50/K30"

F.2 แบบประเมิน Vikriti (ตรีโทษปัจจุบัน — 7 วันที่ผ่านมา)

ใช้ทุก follow-up เพื่อดูว่าผู้ป่วย "เพี้ยน" จาก Prakriti ของตัวเองทางไหน

เปิดแบบประเมิน Vikriti (วาตะ)

ตอบ "ใช่ = 1, ไม่ใช่ = 0" รวมคะแนนวาตะกำเริบ:

  • ท้องอืด เรอ ผายลมบ่อย
  • ปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ
  • นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก
  • ใจสั่น ใจเต้นเร็ว
  • ผิวแห้ง ปากแห้ง
  • ปวดเมื่อยตามข้อ-เส้น
  • วิตกกังวล กลัว ซึมเศร้า
  • ชาปลายมือ-เท้า มือ-เท้าเย็น

≥ 5 ข้อ = วาตะกำเริบเด่น

เปิดแบบประเมิน Vikriti (ปิตตะ)
  • แสบกระเพาะ GERD
  • ผื่นแดง ผิวอักเสบ คัน
  • ปวดศีรษะร้อน ตาแดง
  • ปัสสาวะร้อน-เหลืองจัด
  • หิวบ่อย หิวด่วน หงุดหงิดง่าย
  • เหงื่อออกมาก กลิ่นแรง
  • ไข้ ไม่สบายช่วงเย็น
  • ฉุนเฉียว วิจารณ์ ใจร้อน

≥ 5 ข้อ = ปิตตะกำเริบเด่น

เปิดแบบประเมิน Vikriti (เสมหะ)
  • เสมหะมาก คัดจมูก น้ำมูก
  • ตัวบวม น้ำหนักขึ้น
  • ง่วงซึม ไม่อยากตื่น
  • ความจำช้า เซื่องซึม
  • เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย
  • ปวดข้อเย็น-ตึง ตอนเช้า
  • ท้องผูกเป็นรูปแท่งใหญ่ มัน
  • เศร้า ซึม หลีกเลี่ยงสังคม

≥ 5 ข้อ = เสมหะกำเริบเด่น

F.3 K10 — Kessler Psychological Distress Scale (Thai)

10 ข้อ scoring 1–5 — total 10–50 / <20 normal, 20–24 mild, 25–29 moderate, ≥30 severe

เปิด K10
  1. เหนื่อยล้าโดยไม่มีเหตุ
  2. หงุดหงิด-โกรธง่าย
  3. ใจไม่นิ่ง-กระวนกระวาย
  4. หมดหวัง
  5. กระสับกระส่ายจนนั่งนิ่งไม่ได้
  6. ซึมเศร้า
  7. ทุกอย่างเหนื่อยและฝืน
  8. เศร้าจนไม่มีอะไรช่วยได้
  9. ไร้ค่า
  10. หม่นหมอง

คะแนน: 1=ไม่เคย / 2=บางเวลา / 3=บ่อย / 4=เกือบตลอดเวลา / 5=ตลอดเวลา

F.4 Lifestyle Score (สั้น)

เปิด Lifestyle Score
  • นอน 7–9 hr (ใช่=1)
  • ไม่กินดึก หลัง 20.00 (ใช่=1)
  • ออกกำลังกาย 150 นาที/wk (ใช่=1)
  • ผัก-ผลไม้ 5 servings/d (ใช่=1)
  • ทำสมาธิ/อานาปานสติ ≥10 นาที/d (ใช่=1)
  • ไม่สูบบุหรี่ (ใช่=1)
  • Alcohol ≤ 1 unit/d (ใช่=1)
  • BMI 18.5–25 (ใช่=1)

0–3 = high risk / 4–5 = moderate / 6–8 = good

ภาคผนวก G — ใบงานฤาษีดัดตน 15 ท่า (สรุปแบบใช้งาน)

ทำตามลำดับ ทำซ้ำ 5-10 ครั้งต่อท่า เริ่มเช้าตอนตื่นและก่อนนอน — แต่ละ session 5-10 นาที

  1. ดัดคอ-บ่า: ก้ม-เงย-เอียงซ้าย-ขวา-หมุน ค้างทิศละ 5 วิ
  2. ยืดสะบัก: ประสานมือไขว้หน้า-หลัง
  3. ก้มหลัง: ยืนตรง ก้มลงแตะปลายเท้า ค้าง 10 วิ
  4. หลังพับ: นอนคว่ำ ดันลำตัวขึ้น คล้าย Cobra
  5. บิดตัว: นั่ง บิดเอวซ้าย-ขวา ค้างข้างละ 10 วิ
  6. ดัดข้าง: ยืน เอียงข้างซ้าย-ขวา
  7. งอเข่า: นอนหงาย ดึงเข่าทีละข้างเข้าอก
  8. ยืดน่อง: นั่งเหยียดขา เอามือแตะปลายเท้า
  9. ฤาษีพิงกัน: นั่งฝ่าเท้าชิดกัน กดเข่าลง
  10. นั่งเข่าเดียว: ไขว้ขา ดึงเข่ามาที่อก
  11. ดัดแขน-นิ้ว: หมุนข้อมือ เหยียดนิ้ว
  12. ลมในเส้น: หายใจเข้า 4 ออก 6 ทำ 10 รอบ
  13. นั่งสมาธิ: 5-10 นาที สังเกตลมหายใจ
  14. นอนผ่อนคลาย: นอนหงาย ผ่อนทุกส่วน 3-5 นาที
  15. เดินจงกรม: เดินช้า ตามลมหายใจ 10-15 นาที
ระวัง
  • Severe osteoporosis: หลีกเลี่ยงท่า 4 (หลังพับ) และท่า 5 (บิดตัว)
  • Recent abdominal/spinal surgery: รอ 6-8 wks
  • HT > 180/110: ทำเฉพาะท่านั่ง-นอน
  • Pregnancy ไตรมาสปลาย: ปรับท่าให้ไม่กดท้อง

ภาคผนวก H — ภาพและตำแหน่งเส้นประธาน 10

จันทภูสัง (หูซ้าย) สหัสรังสี (ตาซ้าย) อิทา (ข้างซ้ายของกระดูกสันหลัง) กาลทารี (แขน-ขา-เฉียง) สิกขินี (อวัยวะเพศ) รุชำ (หูขวา) ทวารี (ตาขวา) สุมนา (กลางลำตัว) ปิงคลา (ข้างขวาของกระดูกสันหลัง) สุขุมัง (ก้นกบ-ทวารหนัก) ความหมาย: อิทา / สิกขินี ปิงคลา / จันทภูสัง / รุชำ สุมนา (เส้นกลาง) กาลทารี (เส้นรอบ) สหัสรังสี / ทวารี
รูปที่ H.1 — แผนผังเส้นประธาน 10 บนร่างกาย: 3 เส้นกลาง (อิทา-ปิงคลา-สุมนา) + 7 เส้นข้าง
เส้นเริ่ม → จบใช้รักษา
อิทาสะโพกซ้าย → คอซ้ายLBP ซ้าย, headache, autonomic
ปิงคลาสะโพกขวา → คอขวาLBP ขวา, headache
สุมนาก้นกบ → ลิ้นไก่Core stability, breathing, asthma
กาลทารีทั่วร่าง (แขน-ขา)MSK general, peripheral pain
สหัสรังสีตาซ้าย-ใบหน้าซ้ายMigraine ซ้าย, sinusitis
ทวารีตาขวา-ใบหน้าขวาMigraine ขวา, sinusitis
จันทภูสังหูซ้ายTinnitus, vertigo
รุชำหูขวาTinnitus, vertigo
สิกขินีอวัยวะเพศPelvic pain, dysmenorrhea
สุขุมังก้นกบ-ทวารหนักHemorrhoid, sciatica

ภาคผนวก I — แผนผังตัดสินใจ "ดูแลเอง vs รพ.สต. vs รพ./ER"

I.1 ปวดศีรษะ

ปวดศีรษะ │ ├─ Thunderclap, มีอาการประสาท, ไข้สูง+คอแข็ง? ──► ER │ ├─ ไม่มี red flag, episodic ──► Self-care │ • acetaminophen + นวดบ่า + ฤาษีท่า 1 │ • ขิง 1 g ถ้าไมเกรน │ • ติดตาม 48 hr │ └─ Chronic หรือเป็นบ่อย ──► รพ.สต./คลินิก • ประเมินสมุฏฐาน + ยาตามแนว

I.2 ปวดท้อง

ปวดท้อง │ ├─ Severe sudden, peritonitis, GI bleed? ──► ER │ ├─ Mild, อาหารผิด, ขับลมเอง ──► Self-care │ • ยาธาตุน้ำขาว/แดง │ • ขิงต้ม │ • Hydration │ └─ Persistent > 48 hr / weight loss / ผู้สูงอายุ ──► รพ.สต./รพ.

I.3 ไข้

ไข้ │ ├─ > 39°C + ซึม, neonate > 38°C? ──► ER │ ├─ > 38°C 2-3 d ในผู้ใหญ่แข็งแรง ──► Self-care │ • Paracetamol │ • ฟ้าทะลายโจร 1.5-3 g x 5 d │ • Hydration + พัก │ └─ > 7 d / immunocomp / pregnant ──► รพ.สต./รพ.

I.4 ปวดเข่า/หลัง

ปวดเข่า/หลัง │ ├─ Trauma + deformity / cauda equina? ──► ER │ ├─ Acute มี cause ชัด ──► Self-care │ • Rest + ice 48 hr → heat │ • ลูกประคบ │ • Acetaminophen + topical │ └─ Chronic > 6 wks ──► รพ.สต./คลินิก • Imaging + นวดราชสำนัก + ฤาษีดัดตน

ภาคผนวก J — คำศัพท์ + คำถามทบทวน MCQ + เฉลย

J.1 อภิธานศัพท์ ไทย ↔ Modern (เลือก)

คำไทยคำอธิบายModern term
ตรีโทษ / ธาตุ 3ลม-ไฟ-น้ำ ในกรอบวินิจฉัยTridosha (Vata-Pitta-Kapha)
ธาตุประจำตัวธาตุที่ติดตัวมาแต่กำเนิดPrakriti / Constitution
ตรีโทษปัจจุบันภาวะธาตุวันนี้Vikriti / Current imbalance
วาตะลม — แรงเคลื่อนVata
ปิตตะไฟ — แรงเปลี่ยนPitta
เสมหะ (กรอบ 3)น้ำ — แรงคงอยู่Kapha
กำเริบ / VridhiภาวะทำงานเกินExcess / hyperfunction
หย่อน / Kshayaภาวะทำงานน้อยDeficiency / hypofunction
ธาตุพิการธาตุทำงานผิดปกติDysregulation / dysfunction
ลมในเส้นปวด-ชาตามแนวเส้นMyofascial / neuropathic pain
เสมหะของเสียคล้ายน้ำMucus / phlegm / fluid retention
ไฟกำเริบความร้อน-อักเสบในกายInflammation / fever / hyperthyroid
กรรมพฤติกรรม-ประวัติLifestyle / SDoH
สมุฏฐานเหตุของโรคEtiology / determinants
คัมภีร์ตำราเฉพาะกลุ่มโรคSpecialty textbook
กลับธาตุคืนสมดุลธาตุRestore homeostasis
ปกติวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันที่ดีLifestyle medicine
ตำรับการรวมตัวยาหลายตัวPolyherbal formulation
ลูกประคบห่อสมุนไพรร้อนHerbal compress / thermotherapy
อยู่ไฟโปรแกรมหลังคลอดPostnatal thermotherapy program
หัตถเวชศาสตร์การรักษาด้วยมือManual therapy
เส้นประธานแนวพลังงาน-สัมผัสMyofascial meridian
รสยาการจัดกลุ่มยาตามรสPhytochemical functional class

J.2 MCQ 30 ข้อ

เปิดข้อ 1-15
  1. "องค์รวม 5 มิติ" ของแพทย์แผนไทยรวมมิติใดเพิ่มจาก biopsychosocial?
    a) เศรษฐกิจ b) สิ่งแวดล้อม + กรรม c) พันธุกรรม d) ศาสนา
    เฉลย: b
  2. ธาตุไฟกำเริบใกล้เคียง pathophysiology ใดมากที่สุด?
    a) Hypothyroid b) Inflammation + sympathetic c) Anemia d) DVT
    เฉลย: b
  3. สมุฏฐานที่หมายถึง "ฤดู" คือ?
    a) ธาตุ b) อายุ c) อุตุ d) กาล
    เฉลย: c (ฤดูฝน→Kapha กำเริบ, ร้อน→Pitta, หนาว→Vata)
  4. เส้นประธาน 10 ใกล้เคียงแนวคิดใดของ Myers?
    a) Trigger points b) Dermatomes c) Anatomy Trains d) Acupuncture meridians
    เฉลย: c
  5. รสขมมีกลไกหลักลดไข้ผ่าน?
    a) Histamine b) NF-κB / IL-6 c) Insulin d) GABA
    เฉลย: b
  6. ICD-10 K21.0 (GERD) ใกล้คำใดในแผนไทย?
    a) ลมจับโปง b) ไฟกำเริบ + ธาตุพิการ c) เสมหะคั่ง d) กษัย
    เฉลย: b
  7. ตำรับ "ห้าราก" ใช้รักษา?
    a) Insomnia b) Hemorrhoid c) ไข้ d) Dyspepsia
    เฉลย: c
  8. ขมิ้น × warfarin → ?
    a) ↓ INR b) ↑ INR / bleeding c) ไม่มีผล d) Hypoglycemia
    เฉลย: b
  9. RUCAM ≥ 8 บ่งชี้?
    a) Possible HILI b) Probable HILI c) Highly probable HILI d) Excluded
    เฉลย: c
  10. นวดราชสำนักต่างจากเชลยศักดิ์ที่?
    a) ใช้ข้อศอก-เข่า b) ใช้นิ้ว-ฝ่ามือกดตรงตามเส้น 10 c) ทำในบ้านชาวบ้าน d) ไม่ใช้สมุนไพร
    เฉลย: b
  11. ทับหม้อเกลือห้ามใช้ใน?
    a) Postnatal normal birth d 5 b) DM neuropathy c) Mild LBP d) Healthy adult
    เฉลย: b
  12. สมุนไพรห้ามในไตรมาสแรก?
    a) ฟ้าทะลายโจรขนาดสูง b) ตะไคร้ในอาหาร c) ขมิ้นปริมาณน้อย d) มะนาว
    เฉลย: a
  13. ปกติวิถีกี่ประการ?
    a) 4 b) 5 c) 6 d) 7
    เฉลย: c
  14. หลักรักษา 4 ประการคือ?
    a) ผ่าตัด-ยา-นวด-อาหาร b) กลับธาตุ-ขับ-สงบ-บำรุง c) เผา-ต้ม-ดอง-ฝน d) ตา-ลิ้น-ชีพจร-เส้น
    เฉลย: b
  15. MD เซ็นใบสั่งยาสมุนไพรไม่ขึ้นทะเบียน?
    a) ทำได้ b) ทำไม่ได้ ผิด พ.ร.บ. c) ทำได้ในชนบท d) ทำได้ถ้ามีพยาน
    เฉลย: b
เปิดข้อ 16-30
  1. Polyvagal theory เกี่ยวกับนวดเพราะ?
    a) Vagal afferent stimulation → ↑ HRV b) ↑ sympathetic c) Block dopamine d) Insulin pathway
    เฉลย: a
  2. Curcumin BA เพิ่มเมื่อใช้คู่?
    a) Lemon b) Piperine c) Salt d) Turmeric powder alone
    เฉลย: b
  3. ลูกประคบอุณหภูมิเหมาะสม?
    a) 30-40°C b) 60-70°C c) 90-100°C d) Room temp
    เฉลย: b
  4. ฟ้าทะลายโจร × ARB → ?
    a) Hypotension b) Hypertension c) ไม่มีผล d) Bleeding
    เฉลย: a
  5. มะระขี้นก × insulin → ?
    a) Hyperglycemia b) Hypoglycemia c) Hypotension d) Liver toxicity
    เฉลย: b
  6. ลมปะกัง ใกล้ ICD ใด?
    a) Migraine (G43) b) Sciatica (M54) c) GERD (K21) d) HT (I10)
    เฉลย: a
  7. ผู้ที่ Vikriti แสดง GERD + ผิวร้อน + ฉุนเฉียว — ตรีโทษเด่นในขณะนี้คือ?
    a) วาตะกำเริบ b) ปิตตะกำเริบ c) เสมหะกำเริบ d) วาตะหย่อน
    เฉลย: b (ปิตตะกำเริบ)
  8. หัตถการที่เบิก UC ได้ ต้องมี?
    a) ICD + รหัสหัตถการ b) Approval ผู้ป่วย c) แค่ MD เซ็น d) ไม่ต้องบันทึก
    เฉลย: a
  9. ขี้เหล็กระวังเพราะ?
    a) Hyperglycemia b) Hepatotoxic c) Bleeding d) Hypotension
    เฉลย: b
  10. "3 H Question" ในการสั่งยาใหม่?
    a) Herb-How-How long b) Hospital-Home-Hour c) Hot-Heavy-Hard d) Half-Hold-Halt
    เฉลย: a
  11. ในผู้ป่วย DM neuropathy ก่อน thermotherapy ตรวจ?
    a) HbA1c b) Monofilament test c) BP d) Lipid
    เฉลย: b
  12. ตรีกฎุก ส่วนประกอบ?
    a) ขิง พริกไทย ดีปลี b) สมอ 3 ชนิด c) ราก 3 ชนิด d) เกลือ 3 ชนิด
    เฉลย: a
  13. กรอบ co-management 4 ขั้น?
    a) Diagnosis-Risk-Integrate-Monitor b) Read-Recall-Repeat-Resolve c) Plan-Do-Check-Act d) Identify-Act-Refer-Document
    เฉลย: a
  14. "FFAST + GCS" ใช้สำหรับ?
    a) Red flag triage b) Drug dosing c) Vital sign d) Lab interpretation
    เฉลย: a
  15. การสื่อสาร 3 ภาษาที่ MD ต้องเป็น?
    a) Translator ระหว่างผู้ป่วย-แพทย์แผนไทย-แผนปัจจุบัน b) Interpreter for foreigners c) Diplomat for ministry d) Spokesperson
    เฉลย: a

จบเล่ม — ตำราการแพทย์แผนไทย ฉบับกระชับ สำหรับบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบัน
9 ภาค 19 บท + ภาคผนวก A–J • ปรับปรุงพฤษภาคม 2569
สำหรับ feedback / errata / online supplement: ส่งกลับมายังโครงการ "เชื่อมแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน"